ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1067
ชื่อ สารเคมี Nitrogen dioxides
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Nitrogen peroxide
สูตรโมเลกุล NO2
CAS number 10102-44-0
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) เป็นแก๊สสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นเหม็นฉุน
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV – TWA 3 ppm (5.6 mg/m3), STEL 5 ppm
● OSHA OSHA PEL - 5 ppm, 9 mg/m3 Ceiling
● NIOSH NIOSH REL – ST 1 ppm
● IDLH IDLH 20 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) พ.ศ. 2520: ความเข้มข้นเฉลี่ยตลอดระยะเวลาทำงานปกติ = 5 ppm (9 mg/m3)
● มาตรฐานอื่นๆ ค่ามาตรฐานในสิ่งแวดล้อม EPA NAAQS – 53 ppb (Annual), 100 ppb (1 hour)
● BEI ไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือใดกำหนดไว้
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส การนำไปใช้และงานที่มีโอกาสสัมผัส - การทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเผาไหม้เชื้อเพลิงของอินทรีย์สาร - การสลายกรดไนตรัส - การผลิตกรดไนตริกและการขนส่งกรดไนตริก - อุตสาหกรรมผลิตระเบิด - พนักงานดับเพลิง - การทำงานในโรงสีหรือสถานที่เก็บผลิตผลทางการเกษตร
กลไกการก่อโรค ไนโตรเจนไดออกไซด์ มีสถานะเป็นแก๊ส จึงสามารถเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจเป็นหลัก เมื่อเข้าสู่ทางเดินหายใจแล้ว จะทำปฏิกิริยากับน้ำในทางเดินหายใจและปอดได้เป็นกรดไนตริก (HNO3) และกรดไนตรัส (HNO2) ไนโตรเจนไดออกไซด์ยังทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะทำลายผนังเซลล์และส่วนประกอบต่างๆ ภายในเซลล์ ซึ่งจากกลไกที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด จะส่งผลให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจ เกิดภาวะหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ (pneumonitis) ได้ นอกจากนี้ไนโตรเจนไดออกไซด์ยังมีความสามารถในการจับกับฮีโมโกลบิน ได้ดีกว่าคาร์บอนมอนอกไซด์หลายพันเท่า เมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตจะถูกเปลี่ยนเป็นเมทฮีโมโกลบิน (methemoglobin) ไนไตรต์ (nitrite) และไนเตรต (nitrate) ซึ่งขัดขวางการขนส่งออกซิเจนไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย
อาการเฉียบพลัน - อาการเฉียบพลัน เนื่องจากเป็นแก๊สที่ละลายน้ำได้ไม่ดี ดังนั้นถ้ารับสัมผัสในปริมาณน้อย จะทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบนเพียงเล็กน้อย อาจก่อให้เกิดผลเสียเนื่องจาก จะไม่ทำให้เกิดอาการ ไอ คันคอ แสบจมูก ซึ่งเป็นอาการเตือนที่สำคัญ ทำให้มีการสูดดมไนโตรเจน ไดออกไซด์เพิ่มเป็นระยะเวลานาน ทำให้รับสัมผัสมากขึ้นได้ ส่วนในกรณีที่สัมผัสในปริมาณมาก จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองทางเดินหายใจส่วนบน คือ แสบจมูก ไอ เจ็บคอ และมีอาการแสบตาร่วมด้วยได้ - ถ้าสัมผัสในปริมาณน้อย มักไม่แสดงอาการชัดเจน เนื่องจากระคายเคืองเยื่อบุต่างๆ โดยเฉพาะเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบนได้น้อย ต้องสัมผัสในปริมาณมากจึงจะมีอาการระคายเคืองเยื่อบุต่างๆ - อาการสำคัญที่ต้องระวัง คือ การระคายเคืองทางเดินหายใจส่วนล่าง ซึ่งมักเกิดหลังจากสัมผัสสารชนิดนี้ไปแล้วประมาณ 24 ชั่วโมง โดยทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมปอด (Pulmonary edema) ซึ่งทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนรุนแรงจนเสียชีวิตได้ และอาการอาจเร็วขึ้นถ้าสัมผัสในปริมาณมากขึ้น และหลังจากรักษาภาวะปอดบวมน้ำจนดีขึ้นแล้วอาจเกิดภาวะหลอดลมฝอยอุดกั้น (Bronchiolitis obliteran) ซึ่งเกิดจากการอักเสบอย่างต่อเนื่องและเกิดผังผืดในหลอดลมฝอย
อาการเรื้อรัง ผู้ที่สัมผัสไนโตรเจนไดออกไซด์ อาจเกิดอาการหอบหืดและพังผืดในเนื้อปอดได้
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) ACGIH Carcinogenicity = A4 องค์กร IARC ไม่ได้ทำการประเมินไว้
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย 1. อาการ อาการแสดงที่เข้าได้กับผลเสียต่อสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมีชนิดนี้ 2. มีการวินิจฉัยแยกโรคอื่นแล้ว 3. ผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสสารชนิดนี้จริง 4. มีผลการตรวจตัวชี้วัดทางชีวภาพของผู้ป่วยบ่งบอกว่ามีการสัมผัสสารชนินี้จริง 5. มีผลตรวจทางอนามัยโรงงานว่างานที่ทำน่าจะมีการสัมผัสสารชนินี้เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย 6. มีผู้อื่นที่ปฏิบัติงานแบบเดียวกับผู้ป่วยมีอาการเจ็บป่วยคล้ายกัน
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) ไม่มีการตรวจวัดการสัมผัสแก๊สนี้ในร่างกายที่จำเพาะเจาะจงโดยตรง การตรวจเพื่อประเมินอาการของผู้ที่สัมผัสแก๊สชนิดนี้ เพื่อช่วยในการรักษาประกอบด้วย การตรวจระดับแก๊สในเลือดโดยใช้โคออกซิมิเตอร์ (cooximeter) เพื่อตรวจหาเมทฮีโมโกลบิน การตรวจระดับแก๊สในหลอดเลือดแดง (arterial blood gas) การตรวจภาพถ่ายรังสีทรวงอก (chest X-ray) ในผู้ป่วยที่มีภาวะหายใจหอบเหนื่อย เพื่อค้นหาภาวะปอดบวมน้ำ และการตรวจสมรรถภาพปอด (pulmonary function test) เป็นต้น
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มีการรักษาเฉพาะ
● การรักษาตามอาการ - ปฐมพยาบาล รีบนำผู้ป่วยออกจากแหล่งที่รับสัมผัส ถอดเสื้อผ้าออกเพื่อลดการปนเปื้อน ให้ผู้ป่วยสูดออกซิเจน 100% และเฝ้าระวังปัญหาของระบบทางเดินหายใจ เช่น อาการหอบเหนื่อย รีบส่งผู้ป่วยดูแลรักษาต่อที่โรงพยาบาล - การรักษา อาการหลังสัมผัสระยะแรกมักไม่ชัดเจน ดังนั้นการรักษาแบบประคับประคองและการสังเกตอาการจึงมีความสำคัญ ดูแลระบบทางเดินหายใจ ใส่ท่อช่วยหายใจถ้ามีภาวะหายใจล้มเหลว ให้ผู้ป่วยหายใจด้วยออกซิเจน 100 % ในระยะยาว ควรติดตามอาการของภาวะพังผืดในเนื้อปอด และหอบหืดที่อาจเกิดขึ้นได้
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน 1. ขณะทำงานควรระวังการสัมผัสผิวหนัง ตาและทางการหายใจ หากมีการสัมผัสทางการผิวหนังหรือกระเด็นเข้าตาควรล้างด้วยน้ำสะอาด 2. การใส่เครื่องป้องกันส่วนบุคคลควรใส่หน้ากาก ถุงมือ รองเท้าบู๊ท ชุดป้องกันสารเคมี และแว่นตานิรภัย ในส่วนของหน้ากากควรใช้หน้ากากที่ป้องกันสารเคมี - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ 1. จัดระบบระบายอากาศในสถานประกอบการให้เหมาะสม เพียงพอ 2. ใช้เครื่องป้องกันอันตรายที่เหมาะสม และเพียงพอ - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ไม่มีการตรวจตัวชี้วัดทางชีวภาพที่ชัดเจน แต่ในผู้ที่มีการสัมผัสสารชนิดนี้ควรสังเกตุอาการและอาการแสดง ของความผิดปกติของทางเดินหายใจส่วนล่างเช่น อาการหอบเหนื่อย - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ไนโตรเจนออกไซด์ เป็นสารที่ทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นการเข้าระงับเหตุการณ์ ผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือควรสวมชุดป้องกันชนิดที่มีถังบรรจุอากาศในตัว (Self-contained breathing apparatus, SCBA)
เอกสารอ้างอิง - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004. - ACGIH. TLVs and BEIs Based on the Documentation of the Threshold Limit Values & Biological Exposure Indices. United States2011. - NIOSH. NIOSH Pocket Guide to Chemical Hazards. Available from: http://www.cdc.gov/niosh/npg/npgd0414.html. - Stellman JM. ILO encyclopaedia of occupational health and safety. 4th ed. Geneva: International Labour Office 1998. - Haz-Map: Occupational Exposure to Hazardous Agents. Nitric acid. Available from: http://hazmap.nlm.nih.gov/. - วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ, สุรจิต สุนทรธรรม, บรรณาธิการ. อาชีวเวชศาสตร์ ฉบับพิษวิทยา – โครงการตำรากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. นนทบุรี: บริษัท ไซเบอร์ เพรส จำกัด พ.ศ. 2542.