ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1070
ชื่อ สารเคมี Nitrous oxide (แก๊สหัวเราะ)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Laughing gas, Hyponitrous acid anhydride, Dinitrogen oxide, Dinitrogen monoxide, Factitious air
สูตรโมเลกุล N2-O
CAS number 10024-97-2
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ที่อุณหภูมิห้องจะมีสถานะเป็นแก๊ส ไม่มีสี มีกลิ่นและรสหอมหวานอ่อนๆ ละลายน้ำได้เล็กน้อย ละลายได้ดีในแอลกอฮอล์และไขมัน ไม่ติดไฟ
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV (1986): TWA = 50 ppm
● OSHA OSHA PEL: ไม่ได้กำหนดไว้
● NIOSH NIOSH REL: TWA = 25 ppm (46 mg/m3)
● IDLH ไม่ได้กำหนดไว้
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ไม่ได้กำหนดไว้
● มาตรฐานอื่นๆ ไม่ได้กำหนดไว้
● BEI ยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใดกำหนดไว้
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส อุตสาหกรรมที่ใช้ - อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการผลิต ขนส่ง ไนตรัสออกไซด์ - ใช้เป็นแก๊สดมยาสลบ ทำให้ชาและระงับปวด ในการผ่าตัดและหัตการต่างๆทางการแพทย์และทันตกรรม - เป็นแก๊สที่ใช้ผสมเป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์จรวด (rocket motors) - ใช้เป็นแก๊สช่วยในการสันดาปภายในเครื่องยนต์เพื่อให้มีกำลังเร่งแรงๆ เช่น รถแข่ง เป็นต้น - ใช้ในอาหาร โดยไนตรัสออกไซด์ เป็นสารผลักดันที่ดีทำให้เกิดลักษณะโฟม จึงมักเป็นส่วนผสมในอาหารพวก whipped cream, cooking spray - เนื่องจากเป็นแก๊สเฉื่อยที่ไปแทนที่ออกซิเจนได้ดี ทำให้ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ จึงใช้ใส่ในขนมถุง เพื่อช่วยกันเสีย เช่น มันฝรั่งถุง หรือ ขนมถุงขบเคี้ยวอื่นๆ - ใช้ในกิจกรรมสันทนาการ โดยการสูดดมเพื่อให้เคลิบเคลิ้ม - ใช้เป็นสาร oxidant ในการผลิตสารประกอบอินทรีย์ต่างๆ - ใช้เป็นสารเตือนการรั่วไหลของการขนส่งแก๊สธรรมชาติตามท่อส่ง - ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตไนเตรตจากธาตุโลหะที่เป็นด่าง (alkali metals)
กลไกการก่อโรค รับสัมผัสทางการหายใจเป็นหลัก กลไกเกิดโรคแบ่งได้ดังนี้ (1) ระยะฉับพลัน การสัมผัสในระดับความเข้มข้นสูงๆจะไปแทนที่ออกซิเจนทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนในเลือดแดง (asphyxia) (2) ระยะเรื้อรัง การรับสัมผัสในขนาดต่ำๆ นานๆ จะมีผลต่อระบบเลือด (hematologic system) และระบบประสาท (neurologic system) โดยไนตรัสออกไซด์จะยับยั้งการทำงานของวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสังเคราะห์ methionine และ tetrahydrofolic ซึ่ง methionine เป็นสารเคมีสำคัญในการสร้างเยื่อ myelin และ tetrahydrofolic เป็นสารเคมีสำคัญในการสังเคราะห์ DNA ของเม็ดเลือด ดังนั้นการสัมผัสไนตรัสออกไซด์จะทำให้มีอาการเป็นพิษมากขึ้นในผู้ป่วยที่มีภาวะขาดวิตามินบี 12 หรือขาด folic acid อยู่แล้ว ส่วนกลไกความเป็นพิษต่อระบบประสาทอื่นๆ ยังไม่เป็นที่ทราบกันดีนัก แต่เชื่อว่าเกิดจากการไปรบกวนระบบ ion channel ในเซลล์ ซึ่งเกิดทั้งที่ระบบประสาทส่วนกลางและส่วนปลาย ทำให้พบอาการชา เห็นภาพหลอน และเพ้อฝันได้
อาการเฉียบพลัน จะพบอาการจากภาวะ asphyxia ได้แก่ ปวดศีรษะ วิงเวียน สับสน หายใจลำบาก เป็นลม ชัก หัวใจเต้นผิดปกติได้ ถ้าสัมผัสในความเข้มข้นระดับ 400,000 - 800,000 ppm อาจทำให้หมดสติได้ มีรายงานการเกิดโรคปอดชนิด interstitial emphysema และ pneumomediastinum ด้วย และมีรายงานการเกิดภาวะ Malignant hyperthermia (rarely)
อาการเรื้อรัง มีผลต่อระบบเลือด อาจเกิดภาวะเลือดจางแบบ megaloblastic anemia, เกล็ดเลือดต่ำ, เม็ดเลือดขาวต่ำ และมีผลทำให้เกิดความผิดปกติต่อระบบประสาท อาจมีอาการชา ความจำไม่ดี เดินเซ ประสาทไขสันหลังผิดปกติ (myelopathy) และมีผลต่อระบบสืบพันธุ์ได้
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) องค์กร IARC ไม่ได้ทำการประเมินไว้ ACGIH Carcinogenicity = A4
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย ไม่มีการวินิจฉัยจำเพาะ การวินิจฉัยใช้การซักประวัติการสัมผัส และอาการทางคลินิก เช่น อาการของการขาดออกซิเจน อาการผิดปกติทางระบบประสาท หรือระบบเลือด ร่วมกับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เข้าได้กับภาวะพิษจากไนตรัสออกไซด์ และอาจใช้ข้อมูลการตรวจค่าไนตรัสออกไซด์ในสิ่งแวดล้อมการทำงานร่วมด้วย เลือด ควรพิจารณาอย่างระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีอาการแสดงของภาวะขาดวิตามินบี12 เรื้อรัง ถึงแม้จะตรวจระดับวิตามินบี12 ในเลือดได้ปกติก็ตาม
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) ยังไม่มีการกำหนดค่ามาตรฐานของไนตรัสออกไซด์ การตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ช่วยในการรักษา ได้แก่ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ตรวจระดับวิตามินบี 12 ระดับโฟลิก (folic acid level) การเคลื่อนของกระแสประสาท (nerve conduction studies) และอาจทำการตรวจภาพรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ในรายที่สงสัยหรือต้องการแยกโรค myelopathy การตรวจพบการเพิ่มของ homocysteine และ methylmalonic acid ในเลือด ช่วยในการวินิจฉัยภาวะพิษจากไนตรัสออกไซด์ในผู้ป่วยที่ตรวจพบระดับวิตามินบี12 ในเลือดปกติ
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ในกรณีพิษเฉียบพลันที่เกิดทางการหายใจ ให้นำผู้ป่วยออกมาในที่อากาศถ่ายเทได้ดี ตรวจระบบหายใจโดยระวังการเกิด bronchitis, pneumonitis ให้ high flow O2 และยาขยายหลอดลมหรือ steroid ถ้ามีภาวะ bronchospasm กรณีหายใจลำบากมากพิจารณาใส่ ET tube Monitor ECG ระวังภาวะ VENTRICULAR DYSRHYTHMIAS ประเมินภาวะขาด O2 จาก blood gas และ electrolyte ให้ IV fluid เพื่อระวังภาวะ hypotention ในผู้ป่วยที่มีภาวะ methemoglobinemia การให้ 1% methylene blue ขนาด 1-2 mg/kg สามารถช่วยบรรเทาอาการได้
● การรักษาตามอาการ (1) การให้ยาหรือยาต้านพิษ (antidote) อาการในระยะเรื้อรังอาจหายเองได้ใน 2 – 3 เดือนหลังหยุดสัมผัส ในผู้ป่วยที่มีภาวะขาดวิตามินบี 12 หรือ folic acid อยู่ ควรให้วิตามินบี 12 และ folic acid เสริม มีรายงานการใช้ methionine รักษาผู้ป่วยภาวะพิษจากไนตรัสออกไซด์ได้สำเร็จ (2) การล้างพิษ (decontaminate) เน้นให้ high flow O2 ในช่วงแรกของการรักษา (3) การให้สารขับพิษ (enhance eliminate) ยังไม่มีสารที่ให้ประสิทธิผลในการขับพิษไนตรัสออกไซด์
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน การป้องกันในโรงงานอุตสาหกรรมเน้นการป้องกันการรั่วไหล โดยแหล่งที่มีแก๊สไนตรัสออกไซด์ควรมีการทำงานเป็นระบบปิด มีการระบายอากาศที่ดี และให้คนงานสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสม การเฝ้าระวังทางสุขภาพ คนงานที่มีโอกาสสัมผัสควรมีระบบเฝ้าระวังสุขภาพอย่างเป็นระบบทั้งทางด้านอุบัติเหตุและการเกิดโรค มีการให้ความรู้ ผลทางสุขภาพระยะฉับพลันและเรื้อรัง และวางระบบการส่งต่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุขึ้น การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน ควรซักประวัติโรคประจำตัวและเน้นตรวจโรคทางระบบหายใจ ระบบเลือด ระบบประสาท และระบบสืบพันธุ์ การตรวจระหว่างการทำงาน ความถี่ในการตรวจควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ในสถานประกอบการนั้นๆ การตรวจเน้นโรคทางระบบหายใจ ระบบเลือด ระบบประสาท และระบบสืบพันธุ์ และส่งตรวจเพิ่มเติมอื่นๆในกรณีสงสัยภาวะพิษจากไนตรัสออกไซด์ ควรนำผลตรวจในปัจจุบันมาเปรียบเทียบกับผลสุขภาพพื้นฐานของคนงานด้วยเสมอ - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ การเฝ้าระวังทางสุขภาพ ตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงได้แก่ ตรวจระบบประสาท ระบบเลือด การเฝ้าระวังทางสิ่งแวดล้อม ตรวจการรั่วไหลของแก๊ส และตรวจวัดระดับค่าไนตรัสออกไซด์ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานกำหนด - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เนื่องจากไนตรัสออกไซด์ในระดับความเข้มข้นสูงทำให้ขาดออกซิเจนและมีผลต่อระบบประสาททำให้ชาและหมดสติได้ และเป็นแก๊สที่หนักกว่าอากาศ หากเกิดการรั่วไหลต้องใส่หน้ากากกันทางเดินหายใจที่เหมาะสม และส่วนมากในอุตสาหกรรมมีการเก็บแบบบีบอัดเป็นไนตรัสออกไซด์เหลว จึงต้องระวังการสัมผัสทางผิวหนังด้วย ทางที่ดีควรใส่เป็นชุดป้องกันที่มีถังบรรจุอากาศภายใน (SCBA)
เอกสารอ้างอิง - International Programme on Chemical Safety. International Chemical Safety Cards (ICSCs). Geneva: International Labour Office 1998. - “Sources and Emissions – Where Does Nitrous Oxide Come From?”. U.S. Environmental Protection Agency (EPA) 2006. Retrieved 2008-02-02. - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004. - Maze M, Fujinaga M (2000). "Recent advances in understanding the actions and toxicity of nitrous oxide". Anaesthesia 55 (4): 311–4. - Emmanouil DE, Quock RM (2007). [9:AIUTAO2.0.CO;2 "Advances in Understanding the Actions of Nitrous Oxide"]. Anesthesia Progress 54 (1): 9–18.