ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1079
ชื่อ สารเคมี Sulfur dioxide (ซัลเฟอร์ไดออกไซด์)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Sulphur dioxide; Sulfurous acid anhydride; Sulfurous oxide; Sulfur oxide
สูตรโมเลกุล SO2
CAS number 7446-09-5
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) แก๊ส ไม่มีสี มีกลิ่นแสบฉุน
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV (2009) – TWA 2 ppm, STEL 5 ppm
● OSHA OSHA PEL – 5 ppm
● NIOSH REL: 2 ppm (5 mg/m3) TWA, 5 ppm (13 mg/m3) STEL
● IDLH IDLH 100 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) 5 ppm (13 mg/m3)
● มาตรฐานอื่นๆ ค่ามาตรฐานในสิ่งแวดล้อม NAAQS - Primary standard: Annual = 0.03 ppm, 24-hours = 0.14 ppm, Secondary standard: 3-hours = 0.5 ppm (1,300 microgram/m3)
● BEI ไม่มี
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส อุตสาหกรรมที่ใช้ - เป็นสารที่เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ต่างๆ (Combustion process) ทั้งนี้ปริมาณที่ปล่อยออกมานั้นขึ้นอยู่กับสัดส่วนของ Sulfur ในเชื้อเพลิงนั้น เช่น ในถ่านหิน เป็นแหล่งกำเนิดหลักของ Sulfur dioxide - ในชั้นบรรยากาศ Sulfur dioxide จะทำปฏิกิริยากับน้ำและอากาศ กลายเป็นกรดซัลฟูริก (Sulfuric acid) มีฤทธิ์กัดกร่อน และหากทำปฏิกิริยากับสารแอมโมเนีย (Ammonia) จะกลายเป็น Ammonium sulphate aerosol - การลดการเกิด Sulfur dioxide ทำได้โดยการเลือกใช้เชื้อเพลิงสะอาดที่มีส่วนประกอบของ Sulfur น้อย และอาจใช้การดักจับสาร (Desulphurization) ก่อนเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้ และการดักจับ Particle ของ Sulfur dioxide จากกระบวนการเผาไหม้ด้วย - ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มใช้คุณสมบัติเป็นสารกันบูดและสารต้านอนุมูลอิสระกันอย่างแพร่หลาย - กลไกการก่อโรค ออกฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ และเกิดเป็นเนื้อเยื่อพังผืดของปอด ในการรับสัมผัสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด ภาวะหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังได้
กลไกการก่อโรค
อาการเฉียบพลัน อาการเฉียบพลัน ทางเข้าสู่ร่างกายของ Sulfur dioxide นั้น สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางการหายใจ หากได้รับเข้าไปปริมาณเล็กน้อยจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบหายใจและมีอาการไอมาก สารตัวนี้จะละลายได้ดีมากในน้ำ และเป็นกรดที่มีความรุนแรงปานกลาง ออกฤทธิ์ระคายเคืองต่อเยื่อบุต่างๆ โดยเฉพาะดวงตา และระบบทางเดินหายใจ อาจมีภาวะปอดบวมน้ำตามมาได้ และหากสัมผัสสารในปริมาณเข้มข้นอาจกัดกร่อนผิวหนังได้ (Frost bite) อาการเหล่านี้อาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่จะเกิดตามมาภายหลังซึ่งเป็นอันตรายแก่ชีวิต ต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาลทันทีหากมีประวัติการสัมผัสชัดเจน หรือเริ่มมีอาการ
อาการเรื้อรัง หากสูดหายใจต่อเนื่องยาวนานพอจะกระตุ้นให้มีอาการของโรคหอบหืด (Asthma)
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) IARC = Group 2B (อาจจะเป็นสารก่อมะเร็ง) ACGIH Carcinogenicity = A4
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย 1. อาการและอาการแสดงของโรคจากซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ได้แก่อาการระคายเคือง และอาการของหลอดลมตีบ 2. ประวัติการทำงานในอาชีพที่เสี่ยงต่อการสัมผัส 3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่าเป็นโรคจริงโดยการตรวจสมรรถภาพปอดว่าเป็นแบบอุดกั้น 4. การตรวจสภาพแวดล้อมในการทำงานที่สนับสนุนการวินิจฉัย 5. มีการวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆ ที่ทำให้มีอาการทางเดินหายใจแบบเดียวกันแล้ว 6. มีระบาดวิทยาสนับสนุน หรือมี เพื่อนร่วมงานเป็นเหมือนกัน
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) การตรวจสมรรถภาพปอด ว่ามีความผิดปกติแบบอุดกั้น
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มี
● การรักษาตามอาการ - ปฐมพยาบาล กรณีสารเคมีรั่วไหล นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเท ถอดเสื้อผ้าออก ล้างตัวด้วยน้ำเปล่าให้มากที่สุด ถ้าเข้าตาให้ล้างตาด้วย สังเกตสัญญาณชีพ ใส่ท่อช่วยหายใจถ้าไม่หายใจ ให้ออกซิเจนเสริม - การรักษา ทำการล้างตัว (decontamination) ทั้งที่จุดเกิดเหตุและที่โรงพยาบาล ช่วยการหายใจ ให้ออกซิเจน และพิจารณาให้ผู้ที่มีประวัติสัมผัสชัดเจนนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลแม้ยังไม่มีอาการ เพื่อเฝ้าระวังอาการระบบทางเดินหายใจ
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกันสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสม ขณะปฏิบัติงานสัมผัสสารเคมี - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ ให้ความรู้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับผลต่อสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมี ตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน และควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีการเฝ้าระวัง และเตือนภัยหากค่าที่ตรวจวัดได้สูงเกินไป - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ กรณีอุบัติภัยสารเคมีต้องรีบทำทะเบียนผู้สัมผัสสารนี้ให้ครบถ้วน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอาการของระบบทางเดินหายใจตามมาภายหลังได้ หากสัมผัสในปริมาณมากแนะนำให้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังอาการระบบทางเดินหายใจในช่วงแรก - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สำหรับผู้เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีการรั่วไหลของแก๊สในปริมาณสูง ระดับของชุดป้องกันควรเป็นชนิดที่มีถังบรรจุอากาศในตัว (Self-contained breathing apparatus, SCBA)
เอกสารอ้างอิง 1. Threshold Limit Values for Chemical Substances and Physical Agents & Biological Exposure Indices. Cincinnati: ACGIH, 2005. 2. Ladou J (ed). Current Occupational & Environmental Medicine, 4th Ed. New York: McGraw-Hill, 2007. 3. Documentation of the TLVs and BEIs, 7th Ed. Cincinnati: ACGIH Worldwide, 2005. 4. Agents Classified by the IARC Monographs, Volumes 1–102 [database on the Internet] [cited 18 ตุลาคม 2554]. Available from: http://monographs.iarc.fr/ENG/Classification/index.php 5. Occupational Safety and Health, United Stated Department of Labour [database on the Internet] [cited 18 ตุลาคม 2554]. Available from: http://www.osha.gov/SLTC/index.html 6. EPA fact sheets, Health effects of chemicals defined as hazardous by the Clean Air Act. [database on the Internet] [cited 18 ตุลาคม 2554]. Available from: http://www.epa.gov/ttn/atw/hlthef/hapindex.html 7. Occupational exposure to hazardous agents [database on the Internet] [cited 18 ตุลาคม 2554]. Available from: http://hazmap.nlm.nih.gov 8. SafeWork Bookshelf, International Labour Organization 2007 [database on the Internet] [cited 18 ตุลาคม 2554]. Available from: http://www.ilo.org/safework_bookshelf/english/ 9. มาตรฐานการวินิจฉัยโรคจากการทำงาน ฉบับเฉลิมพระเกียรติ สำนักงานกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน