ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1086
ชื่อ สารเคมี Vinyl chloride
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Chloroethene, Chloroethylene, Monochloroethylene, VC, VCM, Vinyl C monomer
สูตรโมเลกุล C2-H3-Cl
CAS number 75-01-4
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ในความดันและบรรยากาศปกติ จะเป็นแก๊สไม่มีสี ติดไปได้ดี แต่ส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในรูปของแก๊สที่อัดอยู่ในรูปของเหลว (compressed liquefied gas) มีกลิ่นหอมหวาน odor threshold อยู่ที่ 3,000 ppm ไม่พบ vinyl chloride เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV – TWA = 1 ppm, Notation = A1 (ACGIH 1997)
● OSHA OSHA PEL – TWA = 1 ppm, STEL = 5 ppm (OSHA 1996)
● NIOSH NIOSH REL – Ca (lowest reliability detectable concentration)
● IDLH ERPG – 1 : 500 ppm, ERPG – 2 : 5000 ppm, ERPG – 3 : 20000 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ปริมาณสารเคมี 1 ส่วนในล้านส่วนโดยปริมาตร (ppm) ปริมาณสารเคมี 2.8 มิลลิกรัมต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร (mg/M3)
● มาตรฐานอื่นๆ ค่าในสิ่งแวดล้อมประเทศไทย ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดค่าเฝ้าระวังสำหรับสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศโดยทั่วไปใน 24 ชั่วโมง กำหนดให้ ไวนิลคลอไรด์ (vinyl chloride) ต้องไม่เกิน 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
● BEI ยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใดกำหนดไว้
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส มากกว่า 95 % ของ vinyl chloride ใช้เป็นโมโนเมอร์ (monomer) ในการผลิตพลาสติกโพลีไวนิลคอลไรด์ (polyvinyl chloride หรือ PVC) ซึ่งเป็น 12 % ของพลาสติกที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก โดยจะใช้ทำท่อน้ำพลาสติกมากที่สุด นอกนั้นจะใช้ทำวัสดุปูพื้น ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ในการขนส่ง ส่วนน้อยใช้ในกระบวนการผลิตตัวทำละลายที่มีคลอรีนเป็นส่วนประกอบ และผลิต ethylene diamine เพื่อใช้ผลิตเรซินต่อไป
กลไกการก่อโรค ดูดซึมได้ทางการหายใจ เมตาบอลิสมของไวนิลคลอไรด์เกิดที่ไมโครโซม(microsome) ในตับ ด้วยกระบวนการออกซิเดชันด้วยเอนไซม์ alcohol dehydrogenase และ catalase ได้สารที่ไม่คงตัว คือ คลอโรเอธิลีนออกไซด์ ซึ่งเป็นสารอีพอกไซด์ที่ไม่คงตัว ซึ่งสามารถจับกับ RNA และ DNA แล้วเปลี่ยนเป็นคลอโรอะเซตอลอัลดีไฮด์ แล้วผ่านกระ บวนการ conjugation กับ glutathione หรือ cyteine ทำให้เป็นสารที่ละลายน้ำและสามารถขับออกทางปัสสาวะได้ ซึ่งส่วนใหญ่ ได้แก่ hydroxyethyl cysteine และ carboxyethyl cysteine และส่วนน้อย ได้แก่ thiodiglycolic acid และ monochloroacetic acid โดยไวนิลคลอไรด์มอนอเมอร์ และสาร metabolite ที่มีพิษ เช่น chloroethylene oxide เป็นสารที่ก่อให้เกิดพิษโดยทำลายเซลล์เยื่อบุ (endothelium cells) ของหลอดเลือดฝอยได้ทั้งโดยตรงหรือโดยผ่านกระบวนการกลไกภูมิคุ้มกันเชิงซ้อน นอกจากนี้ยังสามารถ alkylate โมเลกุลของสาร DNA ทำให้เกิด single strand breakage ซึ่งเป็นกระบวนการเริ่มต้นของความผิดปกติของสารพันธุกรรมและเกิดเป็นมะเร็งในที่สุด
อาการเฉียบพลัน การสูดดม vinyl chloride ในปริมาณต่ำๆ อาจทำให้ วิงเวียนศีรษะ ง่วงเคลิ้ม หากหายใจในปริมาณที่สูงมาก อาจทำให้หมดสติ และตายได้ การสัมผัสถูกผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นแดง ชา และเป็นตุ่มน้ำ
อาการเรื้อรัง การสัมผัสเป็นระยะเวลาหลายปี อาจทำให้เกิดตับเสื่อม ชาเส้นประสาท เกิดความเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกัน สามารถทำให้เกิดกลุ่มอาการ Reynaud เนื่องจากรบกวนระบบการไหลเวียนที่บริเวณปลายนิ้ว ทำให้เกิดอาการเจ็บและปลายนิ้วกลายเป็นสีขาว (white finger) เมื่อสัมผัสกับความเย็น หากอาการรุนแรงอาจถึงกับเกิดเนื้อตายและการละลายของกระดูกปลายนิ้ว (acro-osteolysis of distal phalanges of the fingers) นอกจากนี้ยังอาจเกิดลักษณะโรคหนังแข็ง (scleroderma-like changes) ขึ้นที่มือและแขน ผลต่อระบบสืบพันธุ์ของ vinyl chloride นั้น ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าสารนี้สามารถทำลายสเปิร์มได้ และทำให้เกิดความผิดปกติในตัวอ่อน ผลในการก่อมะเร็งนั้น ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นสารก่อมะเร็ง โดยมักทำให้เกิดมะเร็งหลอดเลือดในตับ (angiosarcoma of liver)
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) IARC carcinogenicity classification = group 1 โดยเป็นสารก่อมะเร็งหลอดเลือดในตับ (angiosarcoma of liver) และมะเร็งตับ (hepatocellular carcinoma) (IARC 1994)
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย เนื่องจากอาการทางคลินิกของโรคมะเร็งจากไวนิลคลอไรด์ไม่แตกต่างจากโรคมะเร็งจากสาเหตุอื่น ดังนั้นขั้นตอนการวินิจฉัยคือ 1. ยืนยันว่าเป็นมะเร็งปฐมภูมิในอวัยวะนั้น ไม่ได้แพร่กระจายมาจากบริเวณอื่นของร่างกาย โดยต้องมีหลักฐานทางการแพทย์สนับสนุน เช่น ผลและรายงานการชันสูตรต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโรค ความเห็นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ดังรายละเอียดก่อนหน้านี้ 2. มีประวัติการสัมผัสสารไวนิลคลอไรด์ในอดีต เช่น บันทึกรายละเอียดการทำงาน ผลการตรวจร่างกาย ผลการตรวจสภาพแวดล้อม ประวัติการเจ็บป่วย โดยประวัติการสัมผัสต้องสัมพันธ์กับมะเร็ง 3. มีระยะเวลาการสัมผัส ระยะแฝงตัวที่เหมาะสมโดยพิจารณาจากข้อมูลทางวิชาการ 4. มีข้อมูลทางวิทยาการระบาดสนับสนุน เช่น มีผู้ป่วยที่มีการสัมผัสลักษณะเดียวกันป่วยด้วยมะเร็งชนิดเดียวกันมากกว่าหนึ่งราย มีรายงานผู้ป่วยในอดีตโดยผู้ป่วยมีการประกอบอาชีพหรือทำงานลักษณะคล้ายกัน ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวต้องเป็นข้อมูลที่ยอมรับในวงวิชาการ หรืออธิบายได้ด้วยหลักสรีรพยาธิวิทยา 5. มีการวินิจฉัยแยกสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดมะเร็ง เช่น การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เกณฑ์การวินิจฉัยมะเร็ง ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงาน ให้ใช้ทั้ง 5 ข้อ กรณีที่ไม่สามารถดำเนินการข้อ 5 ได้และพบว่ามีการสัมผัสสารก่อมะเร็งจากการทำงานร่วมกับสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดมะเร็งชนิดเดียวกัน เช่น ผู้ป่วยมะเร็งตับที่มีประวัติการสัมผัสไวนิลคลอไรด์ร่วมกับมีประวัติการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบให้พิจารณาน้ำหนักข้อมูลข้อ 4 หลักฐานทางวิทยาการระบาดเป็นสำคัญ
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) วัด vinyl chloride ในลมหายใจออก แต่ต้องทำภายในเวลาไม่นานหลังจากสัมผัส และการตรวจนี้ไม่ไวพอสำหรับวัดการสัมผัสในขนาดต่ำๆ การตรวจอนุพันธ์ของ vinyl chloride ในปัสสาวะ (thiodiacetic acid) ต้องตรวจปัสสาวะในเวลาไม่นานหลังสัมผัส และระดับความเข้มข้นของสารนี้ในปัสสาวะ ก็ไม่ได้บ่งชี้ถึงระดับความเข้มข้นของการสัมผัส ยิ่งไปกว่านั้น การสัมผัสสารเคมีอื่นก็ได้อนุพันธ์ตัวนี้เช่นเดียวกัน จึงจัดเป็นการตรวจที่ไม่มีความจำเพาะ vinyl chloride สามารถจับกับหน่วยพันธุกรรมในร่างกายเกิดเป็นสารประกอบ adducts สารประกอบเหล่านี้อาจจะถูกวัดได้ในเลือดและเนื้อเยื่อ ข้อมูลการวัดนี้จะช่วยบอกว่าได้สัมผัส vinyl chloride มา แต่ก็ไม่ไวพอที่จะบอกถึงการเปลี่ยนแปลงหน่วยพันธุกรรม ว่าเป็นผลมาจากการสัมผัส vinyl chloride กล่าวโดยสรุปคือการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของ vinyl chloride ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มียาต้านพิษ (antidote) สำหรับสารนี้
● การรักษาตามอาการ รักษาตาม อาการ
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน ไม่จัดเก็บสารไว้ใกล้กับไฟ แหล่งที่ก่อให้เกิดประกายไฟ และไม่สูบบุหรี่ ใช้ระบบปิด มีระบบระบายอากาศ อุปกรณ์มีการป้องกันกระแสไฟฟ้าและฟ้าผ่า ใช้อุปกรณ์ที่ไม่ก่อให้เกิดประกายไฟ - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ จัดระบบระบายอากาศให้ดี หรือมีเครื่องดูดอากาศเสียเฉพาะจุด คนงานควรใช้อุปกรณ์ป้องกันการหายใจ สวมถุงมือ ถุงมือกันความเย็น สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตา (goggles) ไม่กินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ขณะทำงาน สัมผัสสารให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ตรวจสุขภาพโดยเน้นดูแลระบบผิวหนังบริเวณปลายนิ้ว เฝ้าระวังการทำงานของตับ ต้องมีการลงทะเบียนติดตามผู้ป่วยที่สัมผัส เนื่องจากเป็นสารก่อมะเร็ง มีระยะแฝงตัว 11 – 37 ปี - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ช่วยเหลือควรใส่อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจที่มีอากาศบรรจุ (Self-contained breathing apparatus; SCBA) และสวมใส่ชุดกันสารเคมี หากสัมผัสทางการหายใจ รีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากแหล่งกำเนิด หากสัมผัสทางผิวหนังและดวงตา ล้างด้วยน้ำสะอาดจำนวนมาก ห้ามถอดเสื้อผ้า รวมทั้งล้างตาด้วย saline อุ่นหรือน้ำสะอาดให้นานหลายนาที ถอดคอนแทคเลนส์ออกถ้าสามารถทำได้ง่าย
เอกสารอ้างอิง - โยธิน เบญจวัง, วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ, บรรณาธิการ. มาตรฐานการวินิจฉัยโรคจากการทำงาน ฉบับเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550. นนทบุรี: สำนักงานกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกัน สังคม กระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2550. - Lauwerys RR, Hoet P. Industrial chemical exposure: Guidelines for biological monitoring 3rd ed. Florida: CRC Press 2001. - Agency for Toxicological Substance and Disease Registry. Toxicological profile for vinyl chloride. 1997 [cited 2010 11 January]; Available from: http://www.atsdr.cdc.gov/toxprofiles/tp20. - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 6th ed. New York: McGraw-Hill 2012. - Ladou J. Current occupational & environmental medicine 4th ed. New York: McGraw-Hill 2007. - Farrow C, Wheeler H, Bates N, Murray V. The chemical incident management handbook. London: The Stationery Office 2000. - International Programme on Chemical Safety. International Chemical Safety Cards (ICSCs). Geneva: International Labour Office 1998.