ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1092
ชื่อ สารเคมี Acrolein
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Propenal, 2-Propenal, 2-Propen-1-al, Acraldehyde, Acrylic aldehyde, Allyl aldehyde
สูตรโมเลกุล CH2=CHCHO หรือ C3-H4-O
CAS number 107-02-8
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ของเหลวไม่มีสีหรือมีสีเหลือง มีกลิ่นเหม็นฉุน เผาไหม้ได้ง่าย เป็นกากสันดาปที่พบบ่อยในควันไฟจากการเผาไหม้ กลายเป็นไอได้เร็วกว่าน้ำที่อุณหภูมิห้อง ไอระเหยหนักกว่าอากาศ เกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติจากน้ำมันที่สกัดมาจากต้นไม้ เช่น โอ๊ก สน ไม้ผลัดใบที่ขึ้นอยู่บริเวณที่ราบสูง
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV – Ceiling = 0.1 ppm Notations Skin;A4
● OSHA OSHA PEL (8-hr TWA) for general, construction, shipyard industry = 0.1 ppm (0.25 mg/m3) Highly hazardous chemical and threshold quantity = 150 pounds (OSHA 2005)
● NIOSH NIOSH REL (10 hr-TWA) = 0.1 ppm, STEL = 0.3 ppm
● IDLH IDLH 2 ppm, ERPG-1 : 0.05 ppm, ERPG-2 : 0.15 ppm, ERPG-3 : 1.5 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ไม่ได้กำหนดไว้
● มาตรฐานอื่นๆ - Regulated toxic substance and threshold quantity for accidental release prevention = 5000 pounds - Toxic end-point for accidental release prevention = 1.1x10-3 mg/L (EPA 2005) - ค่าในสิ่งแวดล้อมประเทศไทย ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดค่าเฝ้าระวังสำหรับสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศโดยทั่วไปใน 24 ชั่วโมง กำหนดให้ อะโครลีน (acrolein) ต้องไม่เกิน 0.55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (พ.ศ. 2552)
● BEI ยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใดกำหนดไว้
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส - ใช้เป็นส่วนประกอบของสารเคมีอื่นและสารฆ่าแมลง - พบในอาหารสัตว์ (ใช้เป็นกรดอะมิโนในอาหารสัตว์) - ใช้ฆ่าเชื้อราและวัชพืช ฆ่าสิ่งมีชีวิตในน้ำหล่อเย็นในระบบระบายอากาศ และระบบบำบัดน้ำเสีย - ใช้เป็น slimicide ในอุตสาหกรรมกระดาษ - ฆ่าสิ่งมีชีวิตในบ่อน้ำมันและเชื้อเพลิงปิโตรเคมีเหลว - ใช้ในการทำ tissue fixation ในการตรวจชิ้นเนื้อ - เป็นสารตั้งต้นในการผลิตฉนวนกันไฟฟ้า เป็นสารกึ่งกลาง (intermediate) ในการผลิต methionine, glutaraldehyde, allyl alcohol และ tetrahydrobenzaldehyde - เป็น copolymer กับ acrylic acid, acrylonitrile, และ acrylic esters - ทำปฏิกิริยากับ formaldehyde, guanidine hydrochloride, ethylene diamine - ใช้เป็นก๊าซพิษในการทหาร
กลไกการก่อโรค ก๊าซระคายเคือง ถูกดูดซึมได้ดีบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน และเกิดอาการอย่างรวดเร็วบริเวณที่เป็นเยื่อบุที่มีความชื้น เช่น ตา จมูก และลำคอ
อาการเฉียบพลัน น้ำตาไหล ระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อดวงตา (เกิดได้เมื่อสัมผัสปริมาณน้อย จึงใช้เป็นสัญญาณเตือนได้ดี) ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ ถ้าสูดดมเข้าไปปริมาณมากทำให้เกิดปอดบวมน้ำ (pulmonary edema) อาการอาจเกิดภายหลังการสัมผัสได้หลายวัน
อาการเรื้อรัง ยังไม่ทราบข้อมูลแน่ชัด ผลจากการสูดดมก๊าซพิษทำให้ปอดเกิดความเสียหายอย่างถาวร เช่น bronchiectasis, bronchiolitis obliterans, persistent asthma และเกิด pulmonary fibrosis
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) ยังไม่ทราบข้อมูลแน่ชัด ผลจากการสูดดมก๊าซพิษทำให้ปอดเกิดความเสียหายอย่างถาวร เช่น bronchiectasis, bronchiolitis obliterans, persistent asthma และเกิด pulmonary fibrosis
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย วินิจฉัยจากประวัติการสัมผัสและมีอาการระคายเคืองทางเดินหายใจส่วนบนหรือส่วนล่าง ควรตรวจ arterial blood gas และ chest radiograph เพื่อหาภาวะ chemical pneumonitis และ pulmonary edema
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) - ยังไม่มีการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่เชื่อถือได้สำหรับ acrolein การตรวจ 3-hydroxypropylmercapturic acid ในปัสสาวะ ด้วยวิธี gas chromatography (GC) พอจะใช้เป็นตัววัดการสัมผัสได้ แต่ก็ตรวจพบได้ในผู้ที่กินยา cyclophosphamide เช่นกัน - ตรวจวัด acrolein-2,4-dinitrophenylhydrazine (DNP) ด้วย High performance liquid chromatrography (HPLC) และ UV absorbency - กำลังมีการศึกษา ตรวจการจับกับ DNA ในเซลล์ ด้วย antibody mediated assay
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มีการรักษาเฉพาะ
● การรักษาตามอาการ รักษาตามอาการ ให้ยาต้านพิษ (antidote) คือ physostigmine ถ้ามี anticholinergic effect
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน ไม่จัดเก็บสารไว้ใกล้กับไฟ แหล่งที่ก่อให้เกิดประกายไฟ และไม่สูบบุหรี่ ใช้ระบบปิด ไม่วางไว้ใกล้กับวัตถุที่มีความร้อน ใช้ระบบปิด มีระบบระบายอากาศ อุปกรณ์มีการป้องกันกระแสไฟฟ้าและฟ้าผ่า ใช้อุปกรณ์ที่ไม่ก่อให้เกิดประกายไฟ - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ จัดระบบระบายอากาศให้ดี หรือมีเครื่องดูดอากาศเสียเฉพาะจุด คนงานควรใช้อุปกรณ์ป้องกันการหายใจ สวมถุงมือ เสื้อผ้ากันการสัมผัสสาร สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตา (face shield) ไม่กินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ขณะทำงาน ล้างมือก่อนกินอาหาร - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ตรวจร่างกายโดยเน้นดูแลดวงตา ผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ช่วยเหลือควรใส่อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจที่มีอากาศบรรจุ (Self-contained breathing apparatus; SCBA) และสวมใส่ชุดป้องกันสารเคมี หากสัมผัสทางการหายใจ รีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากแหล่งกำเนิด ตั้งศีรษะให้สูง หากสัมผัสทางผิวหนังและดวงตา นำชิ้นส่วนที่ปนเปื้อนออกจากร่างกายทั้งหมด และล้างด้วยน้ำสบู่จำนวนมาก รวมทั้งล้างตาด้วย saline อุ่นหรือน้ำสะอาดให้นานหลายนาที ถอดคอนแทคเลนส์ออกถ้าสามารถทำได้ง่าย หากสัมผัสทางการกิน ควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด และไม่ทำให้อาเจียน ตรวจระบบทางเดินหายใจผู้ป่วยทันที ถ้ามีเสียงแหบหรือ stirdor ให้สงสัยว่ามีภาวะ laryngeal edema จำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจทันที ให้ออกซิเจน และรักษาภาวะหลอดลมตีบโดย aerosolized bronchodilators, monitor arterial blood gases หรือ oximetry, chest radiograph และ pulmonary function ถ้าผู้ป่วยสำลักควัน ต้องระวังพิษของ carbon monoxide หรือ cyanide ด้วย
เอกสารอ้างอิง - Agency for Toxicological Substance and Disease Registry. Toxicological profile for Acrolein. 2007 [cited 2010 2 January]; Available from: http://www.atsdr.cdc.gov/toxprofiles/tp 124.html - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 6th ed. New York: McGraw-Hill 2012. - Ladou J. Current occupational & environmental medicine 4th ed. New York: McGraw-Hill 2007. - International Programme on Chemical Safety. International Chemical Safety Cards (ICSCs). Geneva: International Labour Office 1998.