ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1131
ชื่อ สารเคมี Carbon disulfide (คาร์บอนไดซัลไฟด์)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Carbon bisulfide, Carbon sulfide
สูตรโมเลกุล CS2
CAS number 75-15-0
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ของเหลว ใส ไม่มีสี ถ้าบริสุทธิ์จะมีกลิ่นหอม แต่ถ้ามีไม่บริสุทธิ์จะมีกลิ่นเหม็น
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV (2005) TWA 1 ppm
● OSHA OSHA PEL TWA 20 ppm, Ceiling 30 ppm
● NIOSH NIOSH REL TWA 1 ppm, STEL 10 ppm
● IDLH IDLH 500 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) พ.ศ. 2520 TWA 20 ppm, STEL 100 ppm
● มาตรฐานอื่นๆ ไม่มี
● BEI ACGIH BEI (2011) 2-Thioxothiazolidine-4-carboxylic acid (TTCA) in urine at end of shift 0.5 mg/g creatinine
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส ใช้ในอุตสาหกรรมยาง เคมีภัณฑ์ ใช้เป็นตัวทำละลายในห้องปฏิบัติการบางแห่ง ยารักษาอาการติดเหล้ากลุ่มไดซัลฟิแรม (disulfiram) เมื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จะมีบางส่วนเปลี่ยนแปลงเป็นคาร์บอนไดซัลไฟด์ได้ ยาฆ่าแมลงชนิดหนึ่งชื่อ มีแทมโซเดียม (metam-sodium) เมื่อย่อยสลายจะได้ผลผลิตเป็นสารคาร์บอนไดซัลไฟด์
กลไกการก่อโรค เชื่อว่าคาร์บอนไดซัลไฟด์ น่าจะมีความสามารถในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดในร่างกาย ทำให้ระบบเมตาโบไลต์ของร่างกายถูกยับยั้ง โดยเฉพาะเอนไซม์กลุ่มที่สัมพันธ์กับสารโดพามีน (dopamine-dependent system) ส่งผลทำให้การทำงานของระบบประสาทส่วนกลางผิดปกติ
อาการเฉียบพลัน การสัมผัสในระยะเฉียบพลัน จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อดวงตา และผิวหนัง การสัมผัสระดับสูงเกินมาตรฐาน ในระยะเวลาหลายวันถึงสัปดาห์ จะทำให้เกิดอาการที่มีลักษณะจำเพาะ คือ ทำให้เกิดอาการทางจิต ซึ่งมีได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่อารมณ์เปลี่ยนแปลง (mood change) สับสน (delirium) ไปจนถึงอาการคล้ายคนเป็นโรคจิตหรือเป็นบ้า (psychosis) หากระดับที่สัมผัสสูงมากๆ จะออกฤทธิ์กดสมอง (CNS depression) และทำให้หมดสติได้
อาการเรื้อรัง การสัมผัสระดับต่ำในระยะยาว สามารถทำให้เกิดอาการทางระบบประสาทได้เช่นกัน คือจะทำให้เกิดอาการสั่นคล้ายคนเป็นโรคพาร์กินสัน (parkinsonism) หรืออาจเกิดอาการผิดปกติทางสมองแบบอื่นๆ ทำให้เส้นประสาทตาอักเสบ (optic neuritis) เส้นประสาทส่วนปลายเสียหาย (peripheral neuropathy) หลอดเลือดแดงแข็งตัว (artherosclerosis) ผลต่อบุตรยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน แต่การทดลองในสัตว์พบว่าอาจก่อผลต่อตัวอ่อนในครรภ์ได้ ผลก่อมะเร็งยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) ACGIH TLV (2005) A4
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย 1. มีอาการและอาการแสดงของโรคชัดเจน ได้แก่ อาการทางระบบประสาท ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน อาการระคายเคืองตา และ อาการเจ็บหน้าอก และอื่นๆ 2. มีประวัติการสัมผัส โดยทำงานที่มีการสัมผัสคาร์บอนไดซัลไฟด์ 3. มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการตามอาการและอาการแสดงของโรค หรือ แสดงว่ามีการสัมผัสโดยการตรวจหาสารในปัสสาวะ Urinary TTCA (glutathion conjugate 2-thiathiazolidine-4-carboxylic acid) โดยวิธี HPLC assayได้ (5 มิลลิกรัม/กรัมครีอะตินีน ขณะเลิกงาน) ต้องระวังในการแปลผลเนื่องจากเป็นการตรวจเพื่อการเฝ้าระวังไม่ใช่เพื่อการวินิจฉัยโรค 4. มีข้อมูลสิ่งแวดล้อมสนับสนุนว่ามีความเข้มข้นของคาร์บอนไดซัลไฟด์เกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด 5. มีข้อมูลทางระบาดวิทยา ของเพื่อนร่วมงานสนับสนุน 6. มีการวินิจฉัยแยกโรคอื่นแล้ว
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของคาร์บอนไดซัลไฟด์คือตรวจสาร TTCA ในปัสสาวะ แต่หากการตรวจเพื่อยืนยันการสัมผัสทำได้ไม่สะดวก การวินิจฉัยอาจใช้การซักประวัติ และตรวจร่างกาย ก็เพียงพอจะวินิจฉัยได้ ประวัติอาชีพที่น่าจะเกี่ยวข้อง เช่น ทำงานในโรงงานทำเส้นใยเรยอน ร่วมกับมีอาการทางจิตรุนแรง โดยไม่เคยมีประวัติเป็นโรคจิตมาก่อน ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยพิษจากคาร์บอนไดซัลไฟด์ หากมีผลตรวจวัดระดับสารเคมีในโรงงานมาสนับสนุน จะมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ควรตรวจภาพรังสีของสมอง เช่น ภาพรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI brain) หรือ ภาพรังสีคอมพิวเตอร์ (CT scan) ร่วมด้วยทุกครั้ง ที่ทำการวินิจฉัย เพื่อตัดปัญหา (rule out) โรคทางสมองอื่นๆ ที่อาจมีอาการใกล้เคียงกันออกไป ถ้ามีอาการทางเส้นประสาทอาจส่งตรวจการนำไฟฟ้าของเส้นประสาท (nerve conduction velocity)
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มียาต้านพิษ
● การรักษาตามอาการ ในระยะเฉียบพลัน ให้ตรวจสอบการหายใจ ถ้าไม่หายใจให้ใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อช่วยชีวิต ตรวจสอบความรู้สึกตัว ถ้าสัมผัสสารปริมาณมากอาจจะกดสมองจนผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวได้ ช่วยหายใจ วัดสัญญาณชีพ ให้ออกซิเจนเสริม ให้สารน้ำตามความเหมาะสม ควรตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ถ้าหอบควรตรวจภาพรังสีทรวงอก (CXR) วัดระดับออกซิเจน (pulse oximetry) รักษาประคับประคองอาการ ไม่มียาต้านพิษ (antidote) สำหรับคาร์บอนไดซัลไฟด์ ถ้าสัมผัสโดยทางการกินและผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดี อาจพิจารณาให้ผงถ่านกัมมันต์ (activated charcoal) เพื่อลดการดูดซึม ถ้ากินมานานไม่เกิน 1 ชั่วโมง อาจพิจารณาทำการล้างท้อง (gastric lavage) เพื่อลดปริมาณการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน การป้องกันที่ดีที่สุดคือลดการสัมผัสตามหลักอาชีวอนามัย ใช้ระบบปิด ควบคุมที่แหล่งกำเนิด ให้ความรู้แก่พนักงานที่ต้องทำงานกับสารเคมีชนิดนี้ โรงงานยาง และโรงงานทำเส้นใยเรยอน ควรตรวจสอบระบบเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพดี การขนส่งสารชนิดนี้ต้องทำด้วยความระมัดระวัง - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ ลดการสัมผัสตามหลักอาชีวอนามัย การเฝ้าระวังทางการแพทย์ การเฝ้าระวังควรตรวจวัดระดับสารเคมีชนิดนี้ในโรงงานอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพโดยเน้นดูอาการทางระบบประสาท อาการผิดปกติที่คล้ายอาการทางจิต เป็นสำคัญ - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซักซ้อมแผนอุบัติภัย
เอกสารอ้างอิง - International Programme on Chemical Safety. International Chemical Safety Cards (ICSCs). Geneva: International Labour Office 1998. - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004.