ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1185
ชื่อ สารเคมี ETHYLENEIMINE
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Aminoethylene, Azirane, Aziridine, Dimethyleneimine, Dimethylenimine, Ethylenimine, Ethylimine, Azacyclopropane
สูตรโมเลกุล C2-H5-N / CH2-NHCH2
CAS number 151-56-4
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ลักษณะเป็นของเหลว ใส ไม่มีสี มีกลิ่นฉุนคล้ายแอมโมเนีย (Ammonia-like odor) มีคุณสมบัติในการติดไฟ และระเบิดได้
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH TLV: TWA 0.05 ppm ; STEL 0.1 ppm
● OSHA
● NIOSH
● IDLH 100 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี)
● มาตรฐานอื่นๆ
● BEI
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส มีการนำสาร ETHYLENEIMINE มาใช้ในขบวนการทำสารต่างๆเช่น ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร , เภสัชผลิตภัณฑ์ , หรือเครื่องสำอาง
กลไกการก่อโรค
อาการเฉียบพลัน การสูดหายใจเอาไอของสารดังกล่าวเข้าไปอาจทำให้มีอาการไอ หายใจเหนื่อย เนื่องจากสารมีฤทธิ์กัด (corrosive) และระคายเคือง (irritate) ต่อทางเดินหายใจ ในกรณีที่ได้รับเข้าไปมากอาจทำให้เกิดภาวะปอดบวมน้ำ (pulmonary edema) ขึ้นได้ -การสัมผัสที่ตาและผิวหนัง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่เยื่อบุตาและผิวหนัง มีอาการปวด แดง ได้ -การกินสารดังกล่าวเข้าไปทำให้เกิดการกัด ระคายเคืองทางเดินอาหาร -นอกจากนี้การได้รับสารดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายอาจส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เช่น มีอาการปวดหัว วิงเวียนศีรษะ หรืออาจมีผลต่อการทำงานของ ตับและไต
อาการเรื้อรัง การสัมผัสสารติดต่อกันเป็นเวลานานๆ อาจเป็นพิษต่อ ตับและไต , ทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบ ผื่นแพ้ผิวหนัง, ผลต่ออัณฑะในเพศชาย , นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) IARC Group 2B: possibly carcinogenic to humans ACGIH A3: Confirmed animal carcinogen with unknown relevance to humans
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย อาศัยประวัติการรับสัมผัสสาร ETHYLENEIMINE อย่างชัดเจนร่วมกับ อาการและอาการแสดงที่เข้าได้จากการสัมผัสสารดังกล่าว
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) -การทำ skin test ในกรณีที่สงสัยว่าผิวผนังเป็นผื่นแพ้จากสารดังกล่าว -การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยในการประเมินอาการ ในกรณีที่ได้รับสารในปริมาณสูง ได้แก่ การตรวจสมรรถภาพปอด (Lung function tests) การตรวจภาพรังสีทรวงอก (chest X-ray) การตรวจการทำงานของตับ (Liver function tests)
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ
● การรักษาตามอาการ -ให้รีบนำผู้ป่วยออกจากจุดที่ได้รับการสัมผัสให้เร็วที่สุด และให้อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก -สังเกตและให้การดูแลเรื่องระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตแก่ผู้ป่วยอย่างเหมาะสม ในกรณีจำเป็นอาจพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจและปฏิบัติการกู้ชีพ CPR -ส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วยได้ -สังเกตอาการผู้ป่วยต่ออีก 24-48 ชั่วโมง หลังการสัมผัสสาร เนื่องจากอาจเกิดภาวะปอดบวมน้ำ (pulmonary edema) ตามมาได้ -กรณีได้รับสัมผัสทางผิวหนัง ให้รีบถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนออก และรีบล้างตัวด้วยน้ำปริมาณมากๆ เพื่อลดการปนเปื้อน -กรณีได้รับสัมผัสทางตา ให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดให้มากๆ
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ การป้องกัน -การใช้สารดังกล่าวในระบบปิด -การจัดให้มีระบบระบายอากาศที่ดีพอทั้งระบบระบายอากาศทั่วไป (general ventilation) และระบบระบายอากาศเฉพาะที่( local exhaust Ventilation) -การให้ความรู้แก่พนักงานที่ต้องทำงานกับการสัมผัสสารดังกล่าว -การจัดให้มีการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment) อย่างครบถ้วน ได้แก่ ถุงมือและชุดที่สามารถป้องกันการสัมผัสสารดังกล่าว (Gloves and Clothing) อุปกรณ์ป้องกันดวงตา( Safety goggles, or eye protection) และอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจ( Respiratory Protection) การเฝ้าระวัง -จัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ที่ทำงานสัมผัสสารดังกล่าว ทั้งก่อนเข้าทำงาน และการตรวจเป็นระยะๆทุก12เดือน รายการตรวจได้แก่ -ตรวจสมรรถภาพปอด (Lung function tests) -การตรวจภาพรังสีทรวงอก (chest X-ray) -การตรวจการทำงานของตับ (Liver function tests)
เอกสารอ้างอิง - NIOSH. NIOSH Pocket Guide to Chemical Hazards. Available from: http://www.cdc.gov/niosh/ipcsneng/neng0100.html - National Library of Medicine HSDB Database. Available from: http://toxnet.nlm.nih.gov/cgi-bin/sis/search/a?dbs+hsdb:@term+@DOCNO+540 - Hazardous Substance Fact Sheet. Available from: http://nj.gov/health/eoh/rtkweb/documents/fs/0881.pdf - American Conference of Governmental Industrial Hygienists (ACGIH). TLVs and BEIs. 2009.