ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1198
ชื่อ สารเคมี Formaldehyde (ฟอร์มาลดีไฮด์)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Methanal; Methyl aldehyde; Methylene oxide; Aqueos: Formalin
สูตรโมเลกุล CH2-O
CAS number 50-00-0
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นแก๊ส ไม่มีสี แต่มีกลิ่นฉุน อาจพบฟอร์มาลดีไฮด์ได้ในรูปสารละลายเรียกว่าฟอร์มาลิน (formalin) เป็นสารละลาย 37% ของฟอร์มาลดีไฮด์ และอาจมีเมทานอลผสมอยู่ด้วย 6 – 12 %
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH Ceiling (2009) – 0.3 ppm
● OSHA OSHA PEL – 0.75 ppm, STEL(OSHA) 2 ppm
● NIOSH 0.1 ppm (Ceiling), REL 0.016 ppm
● IDLH 30 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ค่าเฉลี่ยในเวลาทำงานไม่เกิน 3 ppm ความเข้มข้นในการทำงานสูงสุด 10 ppm และทำงานได้ไม่เกิน 30 นาที
● มาตรฐานอื่นๆ ค่ามาตรฐานในสิ่งแวดล้อม ATSDR ได้จัดตั้ง ระดับความเสี่ยงน้อยที่สุดเรื้อรัง (MRL) ของฟอร์มาลดีไฮด์ 0.003 ppm (0.004 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร mg/m3)
● BEI ไม่มี
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส อุตสาหกรรมที่ใช้ - เป็นสารที่มีลักษณะเป็นสารระเหยง่าย (solvent) และมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ (germicidal) - ในอุตสาหกรรมผลิตพลาสติกมีการใช้ฟอร์มาลดีไฮด์ในหลายรูปแบบ ทั้ง urea-formaldehyde, phenol-formaldehyde และ melamine-formaldehyde resins - นอกจากนี้ยังมีใช้ในอุตสาหกรรมการถ่ายภาพ สีย้อม ยาง วัตถุระเบิด โลหะ และการบำบัดน้ำเสีย - พาราฟอร์มาลดีไฮด์ (paraformaldehyde) เป็นรูปแบบของส่วนผสมสาร (mixture) ที่มีฟอร์มาลดีไฮด์หลายรูปแบบผสมอยู่ นิยมนำมาใช้ในการฆ่าเชื้อโรคทั้งแบคทีเรียและเชื้อรา นอกจากนี้ยังมีการนำมาใช้เป็นสารกันบูด (preservative) ด้วย - ในห้องปฏิบัติการยังมีการนำฟอร์มาลดีไฮด์ไปใช้ในการ fixation สไลด์ชิ้นเนื้อ ก่อนการนำไปย้อมสี
กลไกการก่อโรค ออกฤทธิ์กดระบบทางเดินหายใจอาจทำให้เกิดโรคหอบหืด (asthma) และโรคปอดอักเสบ (toxic pneumonitis) ได้ หากได้รับสัมผัสทางผิวหนังทำให้เกิดการไหม้ (skin burns) และยังเป็นสารกระตุ้นให้เกิดผื่นแพ้ (contact dermatitis) นอกจากนี้ยังพบว่าเป็นสารก่อมะเร็ง เช่น มะเร็งโพรงหลังจมูก
อาการเฉียบพลัน ทางเข้าสู่ร่างกายของฟอร์มาลดีไฮด์นั้น สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางการหายใจ ทางการกิน และซึมผ่านผิวหนัง กรณีที่ได้รับสารเข้าสู่ร่างกายในปริมาณน้อยอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ทั้งต่อระบบทางเดินหายใจ และดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีความไวต่อสารสูงและฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารที่ละลายน้ำได้ดีจึงรู้สึกระคายเคืองทางเดินหายใจและเยื่อบุได้ง่าย แม้ได้รับสัมผัสในปริมาณเล็กน้อย หากได้รับเข้าไปปริมาณมากจะมีฤทธิ์ระคายเคืองทางเดินหายใจรุนแรง ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบและหอบหืดได้ การสัมผัสทางผิวหนังทำให้ผิวหนังไหม้ เป็นผื่นแดงอักเสบ และหากใช้มือสัมผัสสารโดยตรงอาจทำให้เล็บผิดรูป (nail dystrophy)
อาการเรื้อรัง การสัมผัสในระยะยาวมีผลต่อการเกิดมะเร็งโพรงหลังจมูก (nasopharyngeal cancer) ได้ในมนุษย์ (IARC class 1)
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) IARC Group 1 (ยืนยันว่าเป็นสารก่อมะเร็งโพรงหลังจมูก) ACGIH Carcinogenicity A2 EPA Carcinogenic risk assessment Group B1 (น่าจะเป็นสารก่อมะเร็ง)
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย 1. อาการ และอาการแสดงของโรคได้แก่ อาการแสบตาแสบจมูก 2. ประวัติการทำงานในอาชีพที่เสี่ยงต่อการสัมผัส 3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยัน การตรวจ provocation test ให้ผลบวก 4. การตรวจทางสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนผลการวินิจฉัย มีสารในบรรยากาศการทำงานเกินที่กำหนด 5. มีรายงานทางระบาดวิทยาสนับสนุน
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) 1. การตรวจ provocation test ให้ผลบวก
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มี
● การรักษาตามอาการ - ปฐมพยาบาล กรณีสารเคมีรั่วไหล นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเท ถอดเสื้อผ้าออก ล้างตัวด้วยน้ำเปล่าให้มากที่สุด ถ้าเข้าตาให้ทำการล้างตาด้วย สังเกตสัญญาณชีพ ใส่ท่อช่วยหายใจถ้าไม่หายใจ ให้ออกซิเจนเสริม - การรักษาระยะเฉียบพลัน ทำการล้างตัว (decontamination) ทั้งที่จุดเกิดเหตุและที่โรงพยาบาล ช่วยการหายใจ ให้ออกซิเจน ถ้ามีภาวะปอดอักเสบหรือการหายใจลำบากควรใส่ท่อช่วยหายใจทันที - การดูแลระยะยาว เนื่องจากสารนี้เป็นสารก่อมะเร็ง จึงต้องดูแลผู้ที่สัมผัสสารนี้ในระยะยาวด้วย โดยการรีบจัดทำทะเบียนผู้สัมผัส ให้ความรู้ถึงอันตรายระยะยาวของสารนี้แก่ผู้สัมผัสทุกคน รวมถึงหน่วยกู้ภัยและบุคลากรทางการแพทย์ที่มีแนวโน้มปนเปื้อนการสัมผัสด้วย
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน ควบคุมความเสี่ยงทั้งที่แหล่ง ทางผ่าน และที่ตัวบุคคล หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีโดยตรง สวมใส่ชุดป้องกันขณะปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ มีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่รัดกุม อยู่ในพื้นที่ขณะที่มีการใช้สารเคมีให้น้อยที่สุด และควรมีการตรวจสภาพแวดล้อมหลังการใช้สารเคมีก่อนให้เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ กรณีอุบัติภัยสารเคมีต้องรีบทำทะเบียนผู้สัมผัสสารนี้ให้ครบถ้วน เนื่องจากเป็นสารก่อมะเร็ง ควรทำการตรวจติดตามผู้สัมผัสสารเหล่านี้ไปอย่างน้อย 10 – 20 ปี ทำการตรวจเฝ้าระวังมะเร็งโพรงหลังจมูกเป็นระยะ - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารไวไฟ ระเหยได้ดีมาก เมื่อลุกไหม้อาจเกิดการระเบิดได้ง่าย เนื่องจากเป็นสารก่อมะเร็ง ระดับของชุดควรเป็นชุดป้องกันชนิดที่มีถังบรรจุอากาศในตัว (Self-contained breathing apparatus; SCBA) เท่านั้น และแนะนำให้ใช้ม่านน้ำ (fine water spray) ในการจัดการกับแก๊สที่แพร่กระจายในอากาศ
เอกสารอ้างอิง 1. Threshold Limit Values for Chemical Substances and Physical Agents & Biological Exposure Indices. Cincinnati: ACGIH, 2005. 2. Ladou J (ed). Current Occupational & Environmental Medicine, 4th Ed. New York: McGraw-Hill, 2007. 3. Documentation of the TLVs and BEIs, 7th Ed. Cincinnati: ACGIH Worldwide, 2005. 4. Agents Classified by the IARC Monographs, Volumes 1–102 [database on the Internet] [cited 18 ตุลาคม 2554]. Available from: http://monographs.iarc.fr/ENG/Classification/index.php 5. Occupational Safety and Health, United Stated Department of Labour [database on the Internet] [cited 18 ตุลาคม 2554]. Available from: http://www.osha.gov/SLTC/index.html 6. EPA fact sheets, Health effects of chemicals defined as hazardous by the Clean Air Act. [database on the Internet] [cited 18 ตุลาคม 2554]. Available from: http://www.epa.gov/ttn/atw/hlthef/hapindex.html 7. Occupational exposure to hazardous agents [database on the Internet] [cited 18 ตุลาคม 2554]. Available from: http://hazmap.nlm.nih.gov 8. SafeWork Bookshelf, International Labour Organization 2007 [database on the Internet] [cited 18 ตุลาคม 2554]. Available from: http://www.ilo.org/safework_bookshelf/english/ 9. มาตรฐานการวินิจฉัยโรคจากการทำงาน ฉบับเฉลิมพระเกียรติ สำนักงานกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน