ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1230
ชื่อ สารเคมี Methanol (เมทานอล)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Methyl alcohol, Wood alcohol, Wood naphtha, Wood spirit, Carbinol
สูตรโมเลกุล CH4-O
CAS number 67-56-1
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ของเหลว ใส ไม่มีสี ระเหยง่าย มีกลิ่น ติดไฟได้
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV (2008) TWA 200 ppm, STEL 250 ppm
● OSHA OSHA PEL TWA 200 ppm (260 mg/m3)
● NIOSH NIOSH REL TWA 200 ppm (260 mg/m3), STEL 250 ppm (325 mg/m3)
● IDLH IDLH 6,000 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) พ.ศ. 2520 TWA 200 ppm (260 mg/m3)
● มาตรฐานอื่นๆ ไม่มี
● BEI ACGIH BEI (2011) Methanol in urine (End of shift) 15 mg/L
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส ใช้เป็นสารป้องกันการแข็งตัว เป็นตัวทำละลายทั่วๆไปในอุตสาหกรรมการผลิตสี น้ำหมึก เซมิคอนดักเตอร์ เรซิน กาว ภาพถ่าย พลาสติก เป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารอินทรีย์ต่างๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เมธาครีเลท เมธิลเอมีน เป็นต้น ผสมกับเอธิลแอลกอฮอล์เพื่อกันการนำไปดื่ม
กลไกการก่อโรค Methanol จะถูก metabolized อย่างช้าๆโดยเอนไซม์ alcohol dehydrogenase กลายเป็น formaldehyde จากนั้นก็ถูกเอนไซม์ aldehyde dehydrogenase ทำให้กลายเป็น formic acid (formate) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดภาวะตาบอด (blindness) สำหรับเอนไซม์ alcohol dehydrogenase สามารถ metabolized ได้ทั้ง ethanol และ methanol จึงสามารถใช้ ethanol เป็น antidote ของ methanol ได้
อาการเฉียบพลัน อาการทางคลินิก ในช่วง 2 – 3 ชั่วโมงแรก หลังได้รับ methanol ทางการกิน จะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเมาเช่นเดียวกับ ethanol และจะเกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ได้ ในช่วงแรกจะยังไม่มีภาวะเลือดเป็นกรด (metabolic acidosis) แต่บางครั้งเราอาจพบได้ว่ามีค่า osmolar gap สูงขึ้น จากนั้น 2 – 3 ชั่วโมงให้หลัง จะเกิดภาวะ severe metabolic acidosis, ภาวะตาบอดหรือปัญหาทางสายตา, ภาวะชัก, หมดสติ, ภาวะไตวาย และเสียชีวิตได้ สำหรับภาวะบกพร่องทางสายตา พบว่าจะการมองเห็นไม่ชัดคล้ายกับการยืนอยู่บนทุ่งหิมะ (standing in a snowfield) การตรวจตาด้วย fundoscopic จะพบ optic disc hyperemia, venous engorgement, peripapilledema, retinal and optic edema ระยะของอาการทางคลินิก - กดระบบประสาทส่วนกลาง เริ่มมีอาการภายใน 30 นาที – 2 ชั่วโมง การเกิดพิษอาจใช้ระยะเวลาน้อยกว่าเอทานอล - ช่วงเวลาไม่แสดงอาการ (asymptomatic latent period) เกิดภายหลังการกดประสาทส่วนกลาง ระยะเวลาในช่วงนี้มีหลากหลายตั้งแต่ 8 – 24 ชั่วโมงหลังการกิน แต่บางครั้งอาจเกิดนานกว่า 48 ชั่วโมง ก็ได้ ผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการใดๆ ชัดเจน ในช่วงเวลานี้ - ภาวะเลือดเป็นกรดอย่างรุนแรง (severe metabolic acidosis) เกิดต่อจากช่วงเวลาไม่แสดงอาการ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ และมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น - ภาวะเป็นพิษต่อสายตา (ocular toxicity) ตามมาด้วยตาบอด โคม่า และในรายที่รุนแรงจะเสียชีวิต การมองเห็นที่ผิดปกติ โดยทั่วไปจะเริ่มมีอาการ 12 – 48 ชั่วโมงหลังการกิน และมีอาการได้ตั้งแต่ตาสู้แสงไม่ได้ มองเห็นภาพไม่ชัด ไปจนถึงระดับความสามารถในการมองเห็นลดต่ำลง และตาบอดสนิทได้ การสูญเสียการมองเห็นมักเป็นแบบส่วนกลาง (central scotoma) หรือตาบอดสนิทเนื่องจากเส้นประสาทตาฝ่อ (optic atrophy)
อาการเรื้อรัง ทำลายตับ
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) ไม่มีข้อมูล องค์กร IARC ไม่ได้ทำการประเมินไว้
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย 1. ประวัติการสัมผัสสารเคมีชนิดนี้ 2. อาการและอาการแสดง ที่เข้าได้กับการเกิดพิษของสารเคมีชนิดนี้ ได้แก่ อาการ ระคายเคือง อาการเหมือนคนเมาสุรา อาการหอบหายใจจากมีภาวะกรดในเลือด 3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ที่เข้าได้กับการเกิดพิษ คือมี methyl alcohol ในปัสสาวะหลังทำงาน โดยมีค่าไม่เกิน 15 มก.ต่อลิตร ซึ่งค่าต่างๆเหล่านี้ เป็นการตรวจเพื่อประเมินการสัมผัส การที่เกินไม่ใช่เป็นเกณฑ์ว่าจะเป็นโรคเสมอไปต้องดูปัจจัยอื่น ร่วมด้วย 4. ข้อมูลทางระบาดวิทยา ที่คนทำงานที่สัมผัสสารเคมี มีอาการคล้ายกัน
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) - Serum methanol level มากกว่า 20 mg/dL ในช่วงแรก แต่ในช่วงหลังจาก 2 – 3 ชั่วโมง ค่า serum methanol level อาจจะลดต่ำลงได้ - Serum formate เป็นค่าที่ดีในการช่วยวินิจฉัย และบอกถึงความรุนแรง แต่การตรวจหา serum formate อาจจะยังมีที่ตรวจได้น้อย - การตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ ได้แก่ electrolyte ช่วยคำนวณค่า anion gap, BUN, creatinine, serum osmolality และ osmolar gap, arterial blood gas และ lactate level
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ - Specific drug and antidote 1. ให้ fomepizole หรือ ethanol เป็น antidote แย่งจับกับเอนไซม์ alcohol dehydrogenase เพื่อลดการเปลี่ยน methanol เป็น toxic metabolites ข้อบ่งชี้ในการให้คือ (1) ผู้ป่วยที่มีประวัติดื่มกิน methanol ชัดเจน และไม่สามารถตรวจหา serum methanol ได้ทันท่วงที และมีค่า osmolar gap มากกว่า 10 mOsm/L หรือ (2) มีภาวะ metabolic acidosis (pH < 7.3, serum bicarbonate < 20 mEq/L) 2. folic และ folinic acid จะช่วยเพิ่มการเปลี่ยนกรด formic ให้กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ โดยให้ขนาด 1 mg/kg (up to 50mg) IV ทุก 4 ชม.
● การรักษาตามอาการ - การดูแลในกรณีฉุกเฉินและการรักษาตามอาการ (Emergency and supportive treatment) 1. ดูแลทางเดินหายใจในกรณีที่ผู้ป่วยหมดสติ 2. รักษาภาวะชักหรือหมดสติ ถ้ามีอาการ 3. รักษาภาวะเลือดเป็นกรด (metabolic acidosis)ด้วย sodium bicarbonate โดยใช้การเจาะ arterial blood gas ประเมินการรักษา - Decontamination 1. ทำให้อาเจียนเอา gastric content ออกถ้ากินสารเข้าไปไม่เกิน 30 – 60 นาที 2. การให้ activated charcoal ไม่ค่อยให้ประโยชน์เนื่องจาก methanol สามารถดูดซึมผ่านทางเดินอาหารได้เร็วมาก - Enhanced elimination การทำ hemodialysis ช่วยในการกำจัดทั้ง methanol และ formic acid ข้อบ่งชี้ในการทำ hemodialysis คือ 1. ผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าได้รับ methanol และมีภาวะ metabolic acidosis อย่างชัดเจน 2. ภาวะบกพร่องทางสายตา 3. ภาวะไตวาย 4. ค่า osmolar gap > 10 mOsm/L หรือค่า serum methanol > 50 mg/dL การรักษาต่างๆ ข้างต้นจะดำเนินการจนกระทั่งค่า serum methanol ลดลงต่ำกว่า 20 mg/dL หรือพ้นจากภาวะเลือดเป็นกรด
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน ไม่ดื่มเหล้าเถื่อน ลดการใช้ในโรงงาน - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ ลดการสัมผัสตามหลักอาชีวอนามัย - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ตรวจการทำงานของตับ ตรวจผิวหนัง - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซักซ้อมแผนอุบัติภัยและอัคคีภัย
เอกสารอ้างอิง - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004.