ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1279
ชื่อ สารเคมี 1,2 Dichloropropane
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Propylene dichloride, propylene chloride, 2,3 dichloride propane
สูตรโมเลกุล C3-H6-Cl2
CAS number 78-87-5
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ของเหลวใส ไม่มีสี จัดอยู่ในกลุ่ม สารเคมีอินทรีย์ระเหยง่าย (volatile organic compound) มีกลิ่นคล้าย chloroform เป็นกลิ่นเฉพาะ ใช้เป็นคุณสมบัติในการเตือนได้ odor threshold ในอากาศเท่ากับ 0.25 ppm และ 50 – 90 % ของคนงานที่รำคาญจะได้กลิ่นที่ 75 ppm ระเหยเป็นไอได้ง่ายที่อุณหภูมิห้อง ไอหนักกว่าอากาศและก่อให้เกิดประกายไฟได้ง่าย
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV – TWA 10 ppm, STEL – Notation :SEN;A4
● OSHA OSHA PEL – TWA 75 ppm, Ceiling 110 ppm
● NIOSH NIOSH REL – Ca
● IDLH 400 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ไม่ได้กำหนดไว้
● มาตรฐานอื่นๆ ประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดค่าเฝ้าระวังสำหรับสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศโดยทั่วไปใน 24 ชั่วโมง กำหนดให้ 1,2 ไดคลอโรโพรเพน (1,2 dichloropropane) ต้องไม่เกิน 82 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (พ.ศ. 2552)
● BEI ยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใดกำหนดไว้
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส ใช้เป็นตัวทำละลายในน้ำมัน ไขมัน เรซิน แวกซ์ และยาง ในการผลิต toluene diisocyanate การผลิตฟิล์มถ่ายภาพ กระดาษเคลือบ ตัวเร่งปฏิกิริยาในผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และก่อนหน้าปี 1983 เคยใช้เป็นสารรมควันใน ส้ม สัปปะรด ถั่วลิสง ฝ้าย มะเขือเทศ และมันฝรั่ง เคยใช้เป็นสารฟอกสี สารเคลือบเงาแต่ถูกยกเลิกการใช้ไปแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกา
กลไกการก่อโรค ดูดซึมได้ทางปาก และการหายใจ เมื่อถูกความร้อนจะสลายเป็น Hydrogen chloride
อาการเฉียบพลัน เวียนศีรษะ ปวดหัว คลื่นไส้ ระคายเคืองต่อตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ อาจมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง มีพิษต่ออัณฑะในสัตว์ทดลอง
อาการเรื้อรัง ทำให้ไขมันบริเวณผิวหนังลดลง ส่งผลต่อตับ ไต ทำให้ซีด และเสียชีวิตได้
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) IARC cancer classification – group 3 EPA cancer classification – group B2 (probable human carcinogen) มะเร็งตับและมะเร็งเต้านมในสัตว์ทดลอง
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย จากประวัติการสัมผัส ร่วมกับมีหลักฐานการระคายเคืองต่อตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) ตรวจระดับ 1,2 dichloropropane ได้ในปัสสาวะ และเลือด แต่ระดับไม่ใช่ตัวบ่งบอกอาการ เพราะสามารถออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว โดยต้องตรวจเร็วที่สุดหลังจากสัมผัส ตรวจโดยวิธี gas chromatography หรือ high resolution gas chromatography ด้วย halide specific detector หรือ mass spectrometry
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มียาต้านพิษ (antidote) สำหรับสารนี้
● การรักษาตามอาการ รักษาตามอาการให้ยารักษาอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ ยาหยอดตาเพื่อลดอาการระคายเคืองตา
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน ไม่จัดเก็บสารไว้ใกล้กับไฟ แหล่งที่ก่อให้เกิดประกายไฟ และไม่สูบบุหรี่ ใช้ระบบปิด ใช้อุปกรณ์ที่ไม่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตย์ (ต่อสายดิน) - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ ใช้ระบบปิด จัดระบบระบายอากาศให้ดี หรือมีเครื่องดูดอากาศเสียเฉพาะจุด คนงานควรใช้อุปกรณ์ป้องกันการหายใจ สวมถุงมือ สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตา (goggles) ไม่กินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ขณะทำงาน - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ตรวจสุขภาพโดยเน้นดูแลระบบทางเดินหายใจ ดวงตา และผิวหนัง - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ช่วยเหลือควรใส่อุปกรณ์ป้องกันที่มีอากาศบรรจุ (Self-contained breathing apparatus; SCBA) และสวมใส่เสื้อผ้าที่ป้องกันการสัมผัสสาร หากสัมผัสทางการหายใจ รีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากแหล่งกำเนิด และให้ออกซิเจนถ้าทำได้ หากสัมผัสทางผิวหนังและดวงตา รีบล้างด้วยน้ำสะอาดจำนวนมาก แล้วนำชิ้นส่วนที่ปนเปื้อนออกจากร่างกายทั้งหมด และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง รวมทั้งล้างตาด้วย saline อุ่นหรือน้ำสะอาดให้นานหลายนาที ถอดคอนแทคเลนส์ออกถ้าสามารถทำได้ง่าย หากสัมผัสทางการกิน ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด
เอกสารอ้างอิง - Agency for Toxicological Substance and Disease Registry. Toxicological profile for 1,2 dichloropropane. 1989 [cited 2009 11 January]; Available from: http://www.atsdr.cdc.gov/toxprofiles/tp134.html. - Lauwerys RR, Hoet P. Industrial chemical exposure: Guidelines for biological monitoring 3rd ed. Florida: CRC Press 2001. - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 6th ed. New York: McGraw-Hill 2012. - International Programme on Chemical Safety. International Chemical Safety Cards (ICSCs). Geneva: International Labour Office 1998.