ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1309
ชื่อ สารเคมี Aluminium (อลูมิเนียม)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms อลูมินัม (Aluminum)
สูตรโมเลกุล Al
CAS number 7429-90-5
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) อลูมิเนียมเป็นโลหะสีเงินอมขาว น้ำหนักเบา ไม่มีกลิ่น อ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น ตีแผ่หรือดัดเป็นรูปทรงต่างๆ ได้ง่าย อลูมิเนียมมีที่ใช้หลายรูปแบบ ทั้งในรูปโลหะ อัลลอย (alloy) และสารประกอบ
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH TLV (2012): TWA = 1 mg/m3, A4 Carcinogenicity
● OSHA TWA = 15 mg/m3 (Total dust), TWA = 5 mg/m3 (Respirable dust)
● NIOSH TWA = 10 mg/m3 (Total dust), TWA = 5 mg/m3 (Respirable dust)
● IDLH ไม่มี องค์กร NIOSH ไม่ได้กำหนดไว้
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ไม่ได้กำหนดไว้
● มาตรฐานอื่นๆ ค่ามาตรฐานในที่ทำงาน Long-term exposure limit: Aluminium metal = 10 mg.l-1 (total inhalable dust), 4 mg.l-1 (respirable dust), Aluminium oxide = 10 mg.l-1 (total inhalable dust), 4 mg.l-1 (respirable dust), Aluminium salts, soluble = 4 mg.l-1 สำหรับ short-term exposure limit นั้นยังไม่มีข้อมูล
● BEI ไม่มี องค์กร ACGIH ไม่ได้กำหนดไว้
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส อลูมิเนียมพบได้ทั้งในสารอินทรีย์ และสารอนินทรีย์ โดยในสารอนินทรีย์จะอยู่ในรูป Al3+อลูมิเนียมมีคุณสมบัติทนการกัดกร่อนได้ดี จึงนิยมนำมาผลิตตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า สี ภาชนะใส่อาหาร เป็นต้น เมื่ออลูมิเนียมสัมผัสอากาศ จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจน(oxidation) เกิดเป็น aluminium oxide บาง ๆ ซึ่งทนการกัดกร่อนเคลือบอยู่บนพื้นผิว อลูมิเนียมไม่ละลายในน้ำ แต่ละลายในกรดคลอรีน (hydrochloric acid) กรดกำมะถัน (sulphuric acid) และด่าง (alkali) แต่ aluminium hydroxide บริสุทธิ์ละลายน้ำได้ และสามารถมีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างก็ได้ตามแต่ตัวทำละลาย(amphoteric) ทั้งนี้ aluminium hydroxide จะละลายได้น้อยในตัวทำละลายที่เป็นกลาง แต่ละลายได้ดีกว่าในกรดหรือด่าง aluminium hydroxide (สารส้มฟอกขาว) ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง ใช้บำบัดน้ำประปา ตลอดจนสารสำอาง เช่น ยาระงับเหงื่อ (anti-perspirant) ผงหรือเกล็ดอลูมิเนียมถือเป็นสารไวไฟ และสามารถรวมตัวเป็นสารระเบิดในอากาศได้ นอกจากนี้ผงอลูมิเนียมยังสามารถก่อเกิดปฏิกิริยารุนแรงกับตัวเร่งปฏิกิริยาออกซิเจน (oxidants) กรดแก่ ด่างแก่ หรือ halogenated hydrocarbons บางชนิด เกิดไฮโดรเจนติดไฟ และไอพิษอันตรายได้
กลไกการก่อโรค อลูมิเนียมพบอยู่ทั่วไปในเซลล์ของมนุษย์ แต่ยังไม่พบบทบาทใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ อวัยวะที่มักเป็นเป้าหมายต่อพิษของอลูมิเนียม ได้แก่ ปอด กระดูก และระบบประสาท การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า อลูมิเนียมในระบบประสาทส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในการแสดงออกของยีนโครงสร้างในเซลล์ (cytoskeletal genes) และสร้างความเสียหายต่อโปรตีนโครงสร้างในเซลล์สมอง รวมถึงเกิดใยโปรตีนชนิดฟอสเฟตสูง (phosphate-rich protein filaments) ด้วย ซึ่งใยโปรตีนชนิดนี้พบในโรคทางสมองหลายโรค อาทิ โรคสมองเสื่อม (dementia) โรคเนื้อเยื่อแข็ง (multiple sclerosis) และ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) โดยทั่วไป การสะสมตัวของอลูมิเนียมมักอยู่ที่เซลล์ที่มีขนาดใหญ่ เปลี่ยนแปลงน้อย และอายุยืน ได้แก่ เซลล์ประสาท (neuron) อลูมิเนียมจะจับกับโมเลกุลในนิวเคลียสโดยถาวร (irreversible binding) ก่อการเชื่อมข้ามของดีเอ็นเอ (cross-linking) และขัดขวางการสำเนาดีเอ็นเอ (DNA replication) ทั้งนี้หาก cross-linking ไม่ได้รับการซ่อมแซมแก้ไข ก็จะทำให้การแบ่งตัวของเซลล์หยุดชะงัก และทำให้เซลล์ตายได้ อลูมิเนียมจะสะสมในเซลล์ที่ไลโซโซม (lisosome) นิวเคลียส (nucleus) และโครมาติน (chromatin) ซึ่งเป็นส่วนที่ไวต่อโมเลกุลสำคัญหลายชนิด ทั้งนี้อลูมิเนียมจะแข่งเบียน (compete) กับแร่ธาตุที่สำคัญและจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แมกนีเซียม (magnesium) และแคลเซี่ยม (calcium) อลูมิเนียมจะแย่งธาตุเหล็กจับกับโปรตีนทรานสเฟอร์ริน (transferrin) ซึ่งจะทำให้อลูมิเนียมกระจายตัวไปได้ทั่วร่างกาย นอกจากนี้อลูมิเนียมยังก่อให้เกิดการทำลายจากออกซิเจน (oxidative damage) และทำให้การทำงานของเยื่อหุ้มเซลล์ที่มีชีวิต (vital cell membrane) ผิดปกติ อลูมิเนียมกระตุ้นปฏิกิริยาทำลายปลอกไมอีลิน (myelin sheath) โดยขบวนการ oxidative damage ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) และโรค ALS (amyotrophic lateral sclerosis)
อาการเฉียบพลัน อลูมิเนียมเองมักไม่ทำให้เกิดอันตรายโดยเฉียบพลัน อันตรายโดยเฉียบพลันส่วนใหญ่จะเกิดจากสารประกอบอลูมิเนียมมากกว่า ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับคุณสมบัติองค์ประกอบทางเคมีของสารประกอบนั้นๆ - อาการจากการสูดดม (inhalation effects) (1) ไอควันจากการเชื่อมหล่ออลูมิเนียมอาจทำให้ไอ เกิดเสมหะจากการระคายเคืองทางเดินหายใจ แต่ทั้งนี้อาการดังกล่าวอาจเกิดจากปริมาณโอโซน (O3) ที่เกิดเพิ่มขึ้นในขณะเชื่อมหล่อ (2) การสูดผงอลูมิเนียมละเอียดในปริมาณมาก ทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบได้(pneumonitis) (3) การสูดฝุ่นสารส้มฟอกขาว (aluminium sulfate) ทำให้เกิดอาการอักเสบของลำคอ ไอ ระคายเคืองต่อจมูกและลำคอ การสัมผัสสารที่เข้มข้นสูงๆอาจจะทำให้การหดตัวของทางเดินหายใจได้ - อาการจากการสัมผัสทางผิวหนัง (dermal effects) ตัวผงอลูมิเนียมมักไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองทางผิวหนัง การระคายเคืองหรือพยาธิสภาพที่ผิวหนังมักเกิดจากสารประกอบของอลูมิเนียม เช่น lithium aluminium hydride เป็นต้น ไม่ใช่ฤทธิ์ของอลูมิเนียมโดยตรง ส่วนการดื่มน้ำประปาที่มีสารส้มฟอกขาว(aluminium sulfate) เจือปนในปริมาณสูง อาจทำให้เกิดผื่นและแผลเปื่อย - อาการต่อดวงตา (eye effects) ผงอลูมิเนียมปลิวเข้าตาทำให้ระคายเคือง - อาการจากการกิน (oral effects) อาการคลื่นไส้อาเจียนพบได้บ่อย การดื่มน้ำประปาที่มีสารส้มฟอกขาว(aluminium sulfate) เจือปนในปริมาณสูง อาจทำให้อาเจียน ท้องร่วง และเป็นแผลร้อนในได้
อาการเรื้อรัง - การสัมผัสจากอาชีพในระยะยาวอาจก่อให้เกิดโรคหอบหืด (asthma) ปอดอุดกั้นเรื้อรัง (chronic obstructive pulmonary disease) และพังผืดในปอด (pulmonary fibrosis) การสัมผัสอลูมิเนียมในปริมาณสูงเป็นระยะเวลายาวนานทำให้หายใจลำบาก (dyspnoea) ปอดรั่ว (pneumothorax) ไอ และมีเสมหะผิดปกติ รวมถึงพบปอดเป็นจุดในภาพรังสีทรวงอก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าพบภาวะที่รุนแรงของปอด เช่น nodular interstitial fibrosis หรือ chronic interstitial pneumonia และพบมีการเสียชีวิตได้ - Shaver’s disease เป็นโรคปอดที่เกิดจากการสูดสัมผัสอลูมิเนียมออกไซด์ (aluminium oxide) เป็นระยะเวลานาน โดยมีจะอาการ หายใจลำบาก (respiratory distress) หายใจมีเสียงวี๊ด (wheezing) ปอดรั่ว (spontaneous pneumothorax) จากการเกิดพังผืดและช่องว่าง (fibrosis and blebs) ในเนื้อปอด ภาพรังสีทรวงอกพบ reticulonodular infiltration - โรคปอดอลูมิเนียม (aluminosis หรือ aluminium lung disease) เกิดจากผงอลูมิเนียมสะสมในปอด ทำให้เกิดพังผืดในปอด (interstitial fibrosis) ผู้ป่วยมีอาการคล้าย Shaver’s disease ภาพรังสีทรวงอกจะพบเป็น interstitial infiltration - นอกจากนี้การได้รับอลูมิเนียมจากการกินยังอาจส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ (Alzeimer’s disease) และภาวะสมองเสื่อม (dementia) ได้อีกด้วย สำหรับคุณสมบัติการก่อมะเร็งนั้น ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) ACGIH (2012) = A4 Carcinogenicity
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย 1. มีอาการหายใจลำบาก ไอ หอบเหนื่อย หรือมีไข้ แน่นหน้าอก ไอ (ในรายไข้ควันโลหะ) โดยอาการจะเริ่มเป็นน้อย ๆ และมีอาการมากขึ้น โดยอาการจะเป็นเร็วภายใน 1-2 ปี 2. มีประวัติการทำงานสัมผัสอะลูมิเนียม สารประกอบของอะลูมิเนียม 3. มีการตรวจภาพรังสีปอด มีลักษณะเป็น reticular pattern มีถุงลมขนาดใหญ่ในปอด เยื่อหุ้มปอดหนา และพบลักษณะอื่น ตามที่บรรยายไว้ด้านบน ตรวจสมรรถภาพปอด เป็นได้ทั้งแบบ obstructive และ restrictive ตามระยะของโรค 4. ตรวจสภาพแวดล้อมในการทำงานพบระดับอะลูมิเนียมเกินค่ามาตรฐาน 5. ตรวจเลือดหรือปัสสาวะหาระดับอะลูมิเนียม 6. วินิจฉัยแยกโรคอื่นที่ทำให้ปอดเป็นพังผืด และหอบหืด ออกไปแล้ว มีข้อควรระวังคือสารประกอบหรือสารที่ติดมากับแร่อะลูมิเนียม ก็ทำให้เกิดโรคนิวโมโคนิโอสิส หรืออาการระคายเคืองทางเดินหายใจได้เช่นกัน
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) - Graphite Furnace Atomic Absorption Spectrometry นิยมใช้เลือดและปัสสาวะเป็นหลัก (1) Serum <0.4 micromol.l-1 (10 microgram.l-1), มีการสะสมในปริมาณสูงเมื่อ >2.2 micromol.l-1 (>60 microgram. l-1), มีภาวะต้องเฝ้าระวังเมื่อ >3.7 micromol.l-1 (>100 microgram.l-1), มีความเสี่ยงสูงเมื่อ>7.4 micro mol.l-1 (>200 microgram.l-1) (2) Urine <0.4 micromol.l-1 (10 microgram.l-1) (3) Lung tissue = 20 mg/kg (wet specimen) (4) Brain tissue 0.25 – 0.75 mg/kg (wet specimen) - Chest X-Ray ใช้วินิจฉัยเมื่อสงสัยโรคปอดจากอลูมิเนียม และใช้แยกโรคปอดจากภาวะอื่น
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มี
● การรักษาตามอาการ - พิษจากการสูดดมสาร ให้นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุ มายังที่อากาศปลอดโปร่ง ถ่ายเทสะดวก หากมีอาการมาก อาจต้องประเมินการทำงานระบบทางเดินหายใจ (respiratory function) รักษาตามอาการ - พิษจากสารสัมผัสผิวหนัง ถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนออกใส่ถุง 2 ชั้น ห่อมิดชิดพร้อมติดฉลาก หรือเขียนป้ายกำกับ แยกไว้ในที่ปลอดภัย ล้างผิวหนังบริเวณที่สัมผัสด้วยน้ำสะอาด แล้วรักษาตามอาการ (ทั้งนี้ไม่รวมถึงกรณีสารประกอบของอลูมิเนียมบางชนิด เช่น aluminium halogenides, aluminium hydrides หรือ aluminium alkyls เป็นต้น ซึ่งไม่สามารถชำระล้างโดยวิธีปกติได้) - พิษจากสารเข้าตา ล้างตาผ่านน้ำด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำเกลือ 0.9 % (normal saline solution) นานอย่างน้อย 15 นาที โดยกลอกตาไปมา ย้อมสีตาด้วยสี fluorescein เพื่อดูความเสียหายต่อกระจกตา ปรึกษาจักษุแพทย์หากสงสัยว่ามีพยาธิสภาพ - พิษจากการกิน ให้ดื่มน้ำมาก ๆ โดยไม่ต้องทำให้อาเจียน รักษาตามอาการ หากกินสารพิษเข้าไปเป็นจำนวนมาก อาจพิจารณาให้ยาขับอลูมิเนียม - กรณีรับพิษเรื้อรัง อาจพิจารณาให้การรักษาด้วย deferoxamine ในผู้ป่วยที่การทำงานของไตเป็นปกติ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการทางปอด ควรมีการแนะนำการออกกำลังกาย และฝึกการหายใจร่วมด้วย
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน ลดการสัมผัสในที่ทำงาน - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ ลดการสัมผัสตามหลักอาชีวอนามัย - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ตรวจภาพรังสีปอดทุกปี เพื่อคัดกรองโรคปอดอลูมิเนียม - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซักซ้อมแผนอุบัติภัย
เอกสารอ้างอิง - Farrow C, Wheeler H, Bates N, Murray V. The chemical incident management handbook. London: The Stationery Office 2000.