ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1463
ชื่อ สารเคมี Chromium (โครเมียม)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Chrome
สูตรโมเลกุล Cr
CAS number Chromium (elemental) 7440-47-3 Chromium (III) oxide 1308-38-9 Chromium (VI) oxide 1333-82-0
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) สถานะเป็นของแข็ง เป็นธาตุในหมู่ 6 ของตารางธาตุ มีจุดหลอมละลายสูง สีเงินมันวาว ไม่มีกลิ่น สามารถตีขึ้นรูปได้ มีสถานะออกซิเดชันหลายสถานะที่พบมากที่สุด คือ chromium (III) และ chromium (VI) โดยที่ chromium (III) เป็นสถานะที่มีความเสถียรมากที่สุด ส่วนสถานะ chromium (VI) มีความเป็นพิษสูงสุด
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH (1991) TLV – Chromium and chromium (III) compounds TWA 0.5 mg/m3 (Notation = A4), Water soluble chromium (VI) compounds 0.05 mg/m3 (Notation = A1), Insoluble chromium (VI) compounds 0.01 mg/m3 (Notation = A1)
● OSHA OSHA PEL - Chromium (III) TWA 0.5 mg/m3, Chromium (VI) Ceiling 1 mg/m3
● NIOSH NIOSH REL – Chromium (III) TWA 0.5 mg/m3, Chromium (VI) TWA 0.001 mg/m3 (Ca)
● IDLH ไม่มีหลักฐาน
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) 1 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
● มาตรฐานอื่นๆ กฎหมายแรงงานไทย Chromium and chromium compounds TWA 1 mg/m3
● BEI ACGIH BEI (2011) – Water soluble chromium (VI) fume ส่งตรวจ Total chromium in urine at end of shift at end of workweek (EOS at EWW) ไม่เกิน 25 ug/L หรือส่งตรวจ Total chromium in urine increase during shift ไม่เกิน 10 ug/L
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส อุตสาหกรรมที่ใช้ - ในงานโลหะ ใช้ในการป้องกันการกัดกร่อน และทำให้เกิดความมันวาว - ผสมเป็นโลหะผสม เช่น มีดสแตนเลส - การเคลือบโลหะ - ใช้ในกระบวนการอลูมิเนียมอะโนไดส์ (anodize) ทำให้พื้นผิวของอลูมิเนียมแข็งแรงขึ้น - อยู่ในสี - โครเมียม (III) ออกไซด์ เป็นผงขัดโลหะ - เกลือโครเมียมทำให้แก้วมีสีเขียวมรกต - โครเมียมทำให้ทับทิมมีสีแดง จึงใช้ผลิตทับทิมเทียม - ทำให้เกิดสีเหลืองสำหรับทาสี - เป็นสารคะตาลิสต์ - โครไมต์ใช้ทำแม่พิมพ์สำหรับการเผาอิฐ - เกลือโครเมียมใช้ในการฟอกหนัง - โปแตสเซียมไดโครเมต ผสมอยู่ในปูนซีเมนต์ (cement) - โปแตสเซียมไดโครเมต ใช้ผสมอยู่ในน้ำยารักษาเนื้อไม้ (wood treatment) - กรดโครมิค (chromic acid) ใช้ในการล้างทำความสะอาดเครื่องแก้วในห้องปฏิบัติการ - โครเมียม (IV) ออกไซด์ (CrO2) ใช้ผลิตเทปแม่เหล็ก มีประสิทธิภาพสูงกว่าเทปที่ผลิตจากเหล็กออกไซด์ - ใช้ป้องกันการกัดกร่อนในการเจาะบ่อ - ใช้เป็นอาหารเสริมหรือยาลดน้ำหนัก ส่วนใหญ่เป็น โครเมียม (III) คลอไรด์ - โครเมียมเฮกซะคาร์บอนิล (Cr(CO)6) ใช้ผสมลงในน้ำมันเบนซิน - โครเมียมโบไรด์ (CrB) ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าอุณหภูมิสูง - โครเมียม (III) ซัลเฟต (Cr2(SO4)3) ใช้เป็นผงสีเขียวในสี เซรามิค วาร์นิช และหมึก รวมทั้งการเคลือบโลหะ
กลไกการก่อโรค โครเมียมจะถูกดูดซึมหลังจาก รับประทาน หายใจ หรือสัมผัส โดยโครเมียม เฮกซะวาเลนซ์ จะเข้าสู่เซลล์และไปเปลี่ยนเป็น โครเมียม ไตรวาเลนซ์ หลังจากนั้นไตรวาเลนซ์จะจับกับโปรตีนและกรดนิวคลีอิก โดยปกติโครเมียมจะไม่สะสมในเนื้อเยื่อ นอกจากรูปที่ไม่ละลายน้ำและได้จากทางการหายใจจะสามารถสะสมอยู่ในปอดได้ การขับออกจากร่างกายนั้นผ่านทางไต
อาการเฉียบพลัน ความเป็นพิษแบบเฉียบพลัน (acute toxicity) มักพบในกรณีได้รับโดยการกิน hexavalent chromium เช่น chromic acid จะทำให้เกิด acute gastroenteritis ร่วมกับ yellow-green vomitus หรือ hematemesis, hepatic necrosis, gastrointestinal hemorrhage, acute tubular necrosis และ renal failure นอกจากนี้ ในรายที่กิน hexavalent chromium ในปริมาณมากๆ จะทำให้มี vertigo, thirst, abdominal pain, bloody diarrhea ในรายที่รุนแรงอาจจะพบความผิดปกติเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น hepatorenal syndrome, severe coagulopathy, intravascular hemolysis และอาจเสียชีวิตได้ ปริมาณที่ทำให้เสียชีวิตได้ในผู้ใหญ่ คือ 1 – 3 กรัม
อาการเรื้อรัง ความเป็นพิษแบบเรื้อรัง (chronic toxicity) มักพบในคนงานที่ต้องทำงานสัมผัสกับโครเมียมเป็นเวลานานๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้คือ (1) ความเป็นพิษต่อผิวหนังและ mucous membrane มักมีสาเหตุจากการสัมผัส hexavalent chromium เป็นระยะเวลานานๆ จะเกิดแผลบริเวณผิวหนังที่ต้องสัมผัสโครเมียมเป็นประจำที่เรียกว่า chrome hole หรือ chrome sore พบมากในคนงานที่ใช้ chromic acid, ammonium dichromate, potassium chromate และ sodium dichromate ถ้าแผลไม่ลึกมากเมื่อรักษาด้วยยาประมาณ 3 อาทิตย์แผลจะหาย ในรายที่รุนแรงทำให้เกิด allergic contact dermatitis ซึ่งเป็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นร่วมกับ immune system จะพบ acute or chronic eczema และจัดเป็น chromium sensitivity ชนิด delayed-type (class IV) hypersensitivity reaction นอกจากนี้ในรายคนงานที่ต้องสัมผัสกับ chromate dust จะพบ conjunctivitis, lacrimination, respiratory irritation, rhinitis, epistaxis, และที่พบบ่อยคือ ulceration หรือ perforation of nasal septum (2) ความเป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจ มักเกิดจากการได้รับ hexavalent chromium นำไปสู่ การเกิด pulmonary sensitization และหอบหืด สุดท้ายสามารถก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) chromium (VI) is carcinogenic to humans (IARC Group 1) เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิดมะเร็งปอด ซึ่งพบค่อนข้างมากกว่ามะเร็งชนิดอื่น มีรายงานการศึกษาเกี่ยวกับการเกิดมะเร็งปอดในคนงานที่ต้องทำงานสัมผัสกับ chromium (VI) เป็นเวลามากกว่า 30 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนงานที่มีอายุงานน้อยกว่า elemental chromium and chromium (III) compounds are not classifiable as to their carcinogenicity to humans (IARC Group 3)
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย 1.มีอาการและอาการแสดงของโรคชัดเจน ได้แก่ อาการไซนัสอักเสบ ที่กั้นจมูกทะลุ อาการแพ้ผิวหนังอักเสบหรือเป็นแผลหลอดลมอักเสบหรือหอบหืด มะเร็งปอด 2. มีประวัติการสัมผัสโดยทำงานที่มีการสัมผัสโครเมียมและสารประกอบของโครเมียมมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการแสดงอาการของโรคหรือแสดงว่ามีการสัมผัสตรวจพบ beta 2 microglobulin ในปัสสาวะ ตรวจการตรวจพบโครเมียมในปัสสาวะเพื่อแสดงว่าร่างกายได้รับสารโครเมียม คือ ในปัสสาวะ 24 ชั่วโมง มีระดับสูงเกิน 10 ไมโครกรัม หรือในปัสสาวะขณะอยู่ในกะงาน มีระดับเกิน10 ไมโครกรัม/กรัมครีอะตินีน 3.มีข้อมูลสิ่งแวดล้อมสนับสนุนว่ามี ความเข้มข้นของสารโครเมียมเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด 4.มีข้อมูลทางระบาดวิทยาของเพื่อนร่วมงานสนับสนุน 5.มีการวินิจฉัยแยกโรคอื่นแล้ว
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) การตรวจหาปริมาณสาร chromium สามารถตรวจโดยใช้ ใน whole blood และปัสสาวะของผู้ป่วยที่ได้รับ chromium หรือสงสัยว่ามีการสัมผัสสาร chromium ที่เป็นพิษ เพื่อช่วยในการติดตามการรักษาของแพทย์ สิ่งสำคัญในการวิเคราะห์หาปริมาณโครเมียม คือการปนเปื้อนของโครเมียม ในตัวอย่างเลือดและปัสสาวะ รวมถึงการเลือกใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ เนื่องจากปริมาณโครเมียม ที่ทำการตรวจวิเคราะห์มีปริมาณน้อยมาก ดังนั้นอุปกรณ์ทั้งหมดในการเก็บตัวอย่างและในการวิเคราะห์ต้องผ่านการแช่ด้วย 20 % nitric acid อย่างน้อย 1 วัน แล้วจึงนำมาล้างด้วยน้ำสะอาด (millipore water) อีก 2 – 3 ครั้งก่อนนำมาใช้ ตลอดจน สารเคมีที่ใช้จะต้องเป็น analytical grade ด้วย ระดับ plasma chromium จะบ่งบอกถึงการได้รับโครเมียมทั้ง trivalent chromium และ hexavalent chromium ในระยะเวลาไม่นาน ส่วน intracellular chromium จะบ่งถึง burden of hexavalent chromium ระดับโครเมียมในปัสสาวะจะบ่งถึง absorption of chromium ในระยะเวลา 1 – 2 วัน โดยทั่วไปการตรวจวัดในปัสสาวะ ไม่สามารถแยกระหว่างการสัมผัส trivalent chromium กับ hexavalent chromium
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มียาต้านพิษจำเพาะ
● การรักษาตามอาการ - การรักษาในภาวะฉุกเฉิน (1) กรณีได้รับโครเมียมทางการหายใจ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากบริเวณนั้นโดยเร็วและดูแลเรื่องระบบทางเดินหายใจ โดยให้ออกซิเจน และยาขยายหลอดลม ในรายที่มีเสียงวี๊ดของหลอดลมปอด ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดเฝ้าดูอาการหลอดลมบวม ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังได้รับกรดโครมิก (2) กรณีได้รับโครเมียมทางการกิน ให้กินน้ำหรือนมเพื่อลดความเข้มข้น ห้ามให้อาเจียนเพราะมีคุณสมบัติในการกัดกร่อน ให้สารน้ำที่เหมาะสมเพื่อรักษาภาวะไตวาย และหากมีเลือดออกในทางเดินอาหาร พิจารณาทำการส่องกล้องเพื่อประเมินความรุนแรงและบริเวณที่ได้รับอันตราย (3) กรณีได้รับโครเมียมทางการสัมผัสที่ผิวหนัง ให้ถอดเสื้อผ้าออกและล้างด้วยน้ำเปล่าหรือสบู่ การทา EDTA 10 % ointment อาจจะช่วยในการกำจัดโครเมต หรือ 10 % topical solution ของกรด ascorbic ในการช่วยเพิ่มการเปลี่ยน hexavalent chromium เป็น trivalent chromium ซึ่งอยู่ในรูปที่เป็นพิษน้อยกว่า - ยาต้านพิษ ไม่มียาต้านพิษ (antidote) สำหรับการรักษาพิษจากโครเมียม และไม่มีหลักฐานยืนยันว่า การเพิ่มการขับออกจากร่างกายโดยการทำ dialysis และ hemoperfusion นั้นจะช่วยในการรักษา
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน ผู้ป่วยที่เป็นโรคควรหยุดการสัมผัสกับโครเมียมโดยเฉพาะผู้ที่เป็นแผลและมีหลอดลมตีบเนื่องจากกลุ่มนี้ จะมีความไวต่อการเกิดโรค ควรชะล้างทําความสะอาดทุกครั้งบริเวณผิวหนังที่สัมผัสโครเมียม หลีกเลี่ยงการเสียดสี และการมีเหงื่อออกมาก เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อโครเมียม อาจใช้ 10% Calcium EDTA ทาที่ ผนังกั้นจมูกเพื่อไม่ให้เยื่อบุผนังกั้นจมูกถลอกหรือเป็นแผล เพื่อป้องกันการ - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ ผู้ที่ปฏิบัติงานควรใช้หน้ากากกรองฝุ่นที่สามารถกั้นฝุ่นที่มีขนาด0.5 ไมครอนได้ นอกจากนั้นการป้องกันอยู่ที่ การกำจัดโครเมียมที่แหล่งกำเนิด เช่น ใช้เครื่องดูดฝุ่น กําจัดโครเมียมที่มีเวเลนซี6 ทําความสะอาดบริเวณที่ปนเปื้อนโครเมียมทันทีเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายโดยระบบเปียก และมีการตรวจสอบระดับความเข้มข้นของโครเมียมในบรรยากาศสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเป็นมะเร็งปอดเนื่องจากการหายใจเอาโครเมียมเข้าปอด - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ผู้ที่สัมผัสโครเมียมควรไดรับการตรวจเอ็กซเรยปอดทุกระยะเพื่อการวินิจฉัยมะเร็งปอด การตรวจระดับโครเมียมในปัสสาวะและเลือดไม่สามารถใช้ในการวินิจฉัยโรคได้ เพียงแต่เป็นการบอกว่า ร่างกายได้ ดูดซึมโครเมียมเข้าสู่ร่างกาย
เอกสารอ้างอิง - Ladou J. Current occupational & environmental medicine 4th ed. New York: McGraw-Hill 2007. - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004. - มาตรฐานการวินิจฉัยโรคจากการทำงาน ฉบับเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐,สำนักงานประกันสังคมไม่