ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1605
ชื่อ สารเคมี 1,2 Dibromoethane
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms DBE, ethylene bromide, 1,2-ethylene dibromide (EDB), glycol dibromide
สูตรโมเลกุล C2-H4-Br2
CAS number 106-93-4
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ของเหลวข้น ไม่มีสี มีกลิ่นหอมหวาน คล้าย Chloroform เกิดได้เองตามธรรมชาติเล็กน้อยในมหาสมุทร ละลายได้ในน้ำเล็กน้อย (0.4 %) แต่ละลายได้ดีในตัวทำละลาย ไม่ติดไฟ และไม่ก่อประกายไฟ
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH TWA – , STEL – , Notations: skin; A3
● OSHA OSHA PEL – TWA 20 ppm, Ceiling level 30 ppm, STEL 0.5 ppm
● NIOSH NIOSH REL – TWA 0.045 ppm, Ceiling level 0.13 ppm
● IDLH 100 ppm ในอากาศ
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ความเข้มข้นเฉลี่ยตลอดระยะเวลาทำงานปกติ 20 ส่วน/ล้านส่วน ปริมาณความเข้มข้นสูงสุด 50 ส่วน/ล้านส่วน ในเวลา 5 นาที ปริมาณความเข้มข้นที่อาจยอมให้มีได้ 30 ส่วน/ล้านส่วน
● มาตรฐานอื่นๆ ประกาศกรมควบคุมมลพิษเรื่อง กำหนดค่าเฝ้าระวังสำหรับสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศโดยทั่วไปใน 24 ชั่วโมง กำหนดให้ 1,2 ไดโบรโมอีเธน (1,2 dibromoethane) ต้องไม่เกิน 370 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (พ.ศ. 2552)
● BEI ยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใดกำหนดไว้
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส ใช้เป็นสารรมควัน สารฆ่าแมลง (หยุดการใช้ตั้งแต่ปี 1984) สาร anti-knock ในน้ำมันที่มีตะกั่วเป็นส่วนผสม เป็นสารกึ่งกลาง (intermediate) ในการสังเคราะห์สารประกอบโบรไมด์ ที่ใช้เป็นตัวทำละลายในสี สารเคลือบเงา สามารถซึมผ่านผิวหนัง เสื้อผ้า และอุปกรณ์ป้องกันที่ทำจากยางและหนัง
กลไกการก่อโรค ดูดซึมได้เร็วทางปาก ทางผิวหนัง และการหายใจ ที่อุณหภูมิสูงจะปล่อยก๊าซhydrogen bromide, bromine และ carbon monoxide
อาการเฉียบพลัน - หากสูดดม จะมีอาการหายใจขัด หลอดลมตีบ คอหอยบวม chemical pneumonitis และ pulmonary edema ระคายเคืองรุนแรงต่อเยื่อบุ ดวงตา เยื่อบุตาขาว แก้วตาเป็นแผล (corneal abrasion) และผิวหนัง มีความดันไอต่ำและค่อนข้างคงตัวจึงพบการเป็นพิษต่อร่างกายรุนแรงค่อนข้างน้อย อาการหลังสัมผัสฉับพลัน มีอาการได้ตั้งแต่ 24 – 48 ชั่วโมง ผู้ป่วยมักตายจาก pulmonary edema หรือ ปอดอักเสบตามหลังจากภาวะเนื้อเยื่อปอดถูกทำลาย - หากกินเข้าไปทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดบิดท้อง อ่อนแรง และปวดศีรษะ เกิดแผลพุพองในกระพุ้งแก้ม และระบบทางเดินอาหาร หัวใจเต้นเร็ว ความดันต่ำ ปัสสาวะออกน้อย ตัวเหลืองตาเหลือง หงุดหงิด สับสน delirium และ coma หากกินมากกว่า 140 mg/น้ำหนักตัวทำให้เสียชีวิต มีรายงานว่ากินเพียง 3 ml (6840 mg) ก็ทำให้เสียชีวิตได้ metabolic acidosis และ shock การทำงานของตับและไตล้มเหลว เกิดขึ้นภายใน 12 – 48 ชั่วโมง มีรายงานการเกิด cerebral edema และ intracerebral edema - สัมผัสทางผิวหนังเกิดผื่นแดงแบบ exfoliation บวม เนื้อตาย แผลพุพอง ตุ่มน้ำ burn ระดับ 1 – 2 ใน 24 ชั่วโมง อาจกดระบบประสาทส่วนกลาง ไตและตับวาย กล้ามเนื้อลายตาย (skeletal muscle necrosis)
อาการเรื้อรัง ทำให้เกิดหลอดลมอักเสบ (bronchitis) หายใจสั้น pulmonary edema และ pulmonary fibrosis มีผลต่อระบบสืบพันธุ์เพศชาย โดยไปทำลายเชื้ออสุจิ
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) IARC carcinogenic classification group 2A (inadequate evidence of carcinogenicity in human, sufficient evidence in animal) มะเร็งระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง EPA Category A2
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย จากประวัติการสัมผัส ร่วมกับมีหลักฐานการระคายเคืองของทางเดินหายใจส่วนบนและดวงตา(ในรายที่สูดดม) หรือกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ(ในรายที่กิน) มีกลิ่นสารเคมีชัดเจน
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) 1,2 dibromoethane ในเลือด และ ลมหายใจออก ด้วยวิธี gas chromatography (GC) โดย flame ionization detector วิธีที่วัดปริมาณได้ดีคือ electron capture detector (ECD) หรือ Hall electrolytic conductivity detector (HECD) ส่วนการตรวจ serum bromide ในเลือดนั้นไม่จำเพาะกับการสัมผัส 1,2 dibromoethane เพียงอย่างเดียว เนื่องจากสามารถตรวจพบได้ถ้าสัมผัสกับสารเคมีที่มี bromide เป็นส่วนประกอบชนิดอื่น ควรตรวจเลือดดู electrolyte, BUN, Creatinine, Liver aminotransferase, creatine kinase(CK) and CBC ในรายที่สูดดม ควรตรวจ oximeter, arterial blood gas และ chest radiography
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มียาต้านพิษ (antidote) ที่จำเพาะกับสารนี้ มีการใช้ Dimercaprol (BAL) และ acetylcysteine แต่ไม่มีข้อมูลยืนยันผลที่ชัดเจน และไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ
● การรักษาตามอาการ ช่วยเปิดทางเดินหายใจในรายที่จำเป็น ถ้าสัมผัสโดยการกินต้องคาดการณ์ว่าอาจเกิดภาวะหายใจมีเสียงวี๊ด ทางเดินหายใจอุดกั้น และภาวะ pulmonary edema และให้การรักษา เตรียมออกซิเจนในรายที่จำเป็น รักษาภาวะช็อก อาการชัก rhabdomyolysis และภาวะ metabolic acidosis ถ้ามี
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน การป้องกันที่ดีที่สุดคือลดการสัมผัสตามหลักอาชีวอนามัย ใช้ระบบปิด ควบคุมที่แหล่งกำเนิด ให้ความรู้แก่พนักงานที่ต้องทำงานกับสารนี้ - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ โรงงานควรตรวจสอบท่อและถังบรรจุสารเคมีให้อยู่ในสภาพดีอย่างสม่ำเสมอ คนงานควรใช้อุปกรณ์ป้องกันการหายใจ ไม่สัมผัสกับสารนี้โดยตรง ควรใช้ถุงมือหรือเสื้อผ้าที่กันการสัมผัส - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ตรวจสุขภาพโดยเน้นดูแลระบบทางเดินหายใจ เอกซเรย์ปอดและตรวจสมรรถภาพปอด และตรวจผิวหนัง - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เสื้อผ้าผู้ป่วยที่ปนเปื้อนสารสามารถเป็นแหล่งปนเปื้อนของผู้ช่วยเหลือจากการสัมผัสโดยตรง หรือไอระเหย ผู้ช่วยเหลือควรใส่อุปกรณ์ป้องกันที่มีอากาศบรรจุ (Self-contained breathing apparatus; SCBA) และสวมใส่เสื้อผ้าที่ป้องกันการสัมผัสสาร ผู้ป่วยที่สัมผัสกับไอระเหยเพียงอย่างเดียวไม่ต้องทำการ decontamination หากสัมผัสทางการหายใจ รีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากแหล่งกำเนิด และให้ออกซิเจนถ้าทำได้ หากสัมผัสทางผิวหนังและดวงตา นำชิ้นส่วนที่ปนเปื้อนออกจากร่างกายทั้งหมด และล้างด้วยน้ำสบู่จำนวนมาก รวมทั้งล้างตาด้วย saline อุ่นหรือน้ำสะอาด หากสัมผัสทางการกิน ควรให้ activated charcoal ในรายที่ควรได้ พิจารณาทำ gastric lavage ถ้าผู้ป่วยมาถึงในเวลา 30 นาทีหลังสัมผัสหรือสัมผัสปริมาณมาก (>1-2 oz.)
เอกสารอ้างอิง - Agency for Toxicological Substance and Disease Registry. Toxicological profile for 1,2 dibromoethane. 1992 [cited 2010 2 January]; Available from: http://www.atsdr.cdc.gov/toxprofiles/tp37.html. - Farrow C, Wheeler H, Bates N, Murray V. The chemical incident management handbook. London: The Stationery Office 2000. - Ladou J. Current occupational & environmental medicine 4th ed. New York: McGraw-Hill 2007. - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. The California Poison Control System. 6th ed. New York: McGraw-Hill 2012. - International Programme on Chemical Safety. International Chemical Safety Cards (ICSCs). Geneva: International Labour Office 1998.