ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1809
ชื่อ สารเคมี Phosphorus trichloride (ฟอสฟอรัส ไตรคลอไรด์)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms phosphorus chloride, chloride of phosphorus, trichlorophosphine
สูตรโมเลกุล PCl3, Cl3-P
CAS number 7719-12-2
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ลักษณะเป็นของเหลว ฟูมของเหลว ไม่มีสีและใส มีกลิ่นฉุน ระดับกลิ่นที่สามารถรับรู้ได้ประมาณ 0.5 mg/m3 เป็นสารที่ไม่สามารถติดไฟได้
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH TLV 8-hr TWA 1 0.2 ppm (12 mg/ m3) TLV STEL of 0.5 ppm
● OSHA PEL 8-hr TWA 0.5 ppm (3 mg/ m3) (2006)
● NIOSH REL 10-Hr TWA 0.2 ppm (1.5 mg/ m3) (2005) REL 15 Min Short-Term Exposure Limit 0.5 ppm (3 mg/ m3) (2005)
● IDLH 25 ppm, NIOSH (2005)
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) 0.5 ppm (3 mg/ m3)
● มาตรฐานอื่นๆ Emergency Response Planning Guidelines (ERPG): ERPG(1) 0.5 ppm (ไม่เกินกว่าเล็กน้อย, ผลกระทบเพียงชั่วคราว) สำหรับสัมผัส 1 ชม. ERPG(2) 3 ppm (ไม่รุนแรง, ผลกระทบที่อันตราย) สำหรับสัมผัส 1 ชม. ERPG(3) 15 ppm (ไม่คุกคามชีวิต) สำหรับสัมผัส 1 ชม. USSR: 0.04 ppm
● BEI -
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส - ใช้ผลิต phosphorus oxychloride, phosphoryl chloride, phosphorus pentachloride, thiophosphoryl chloride, และ phosphonic acid - เป็นส่วนประกอบยาปราบศัตรูพืช organophosphorus, สารเคลือบผิว, phosphites (ปฏิกิริยาเคมีกับ alcohol และ phenol), สารที่ใส่เพิ่มใน gasoline, พลาสติไซเซอร์ (plasticizers), สีย้อม, - เป็นส่วนผสมในการขัดเงาเงิน - ใช้เป็นสารที่ใช้ในการเติมธาตุคลอรีน (chlorinating agent) - ตัวเร่งปฏิกิริยา (catalyst) - เตรียมผิวยางสำหรับการพอกพูนด้วยไฟฟ้า (electrodeposition) ของโลหะ; - สารส่วนผสมของการตกแต่งสำเร็จของสิ่งทอ
กลไกการก่อโรค - Phosphorus trichloride เป็นสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง - ในรูปไอ มีฤทธิ์ระคายเคืองทางเดินหายใจทั้งส่วนบน และส่วนล่าง - การสัมผัสต่อไอสารระยะยาว มักไม่มีความสำคัญ เพราะจะมีความทนต่อการสัมผัสโดยตรงได้ต่ำ
อาการเฉียบพลัน - Phosphorus trichloride เป็นสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง - ในลักษณะที่เป็นไอ หรือฟูมจะพิษต่อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง และผิวหนัง โดยมีอาการ ได้แก่ การระคายเคืองเยื่อบุตา มีน้ำตาไหล และสู้แสงไม่ได้ คลื่นไส้อาเจียน ระคายเคืองทางเดินหายใจ ด้วยอาการ ได้แก่ เจ็บคอ ไอ เยื่อจมูกอักเสบ และหอบเหนื่อย ตามด้วยอาการทางเดินหายใจตั้งแต่ หลอดลมตีบ จนถึง severe respiratory distress และปอดบวมน้ำ จนถึง 24 ชม.หลังการสัมผัส (ปริมาณที่สัมผัส) การตรวจสใรรถภาพปอดจะพบการเปลี่ยนแปลงของ large and small airways resistance - ในลักษณะที่เป็นของเหลวจะมีฤทธิ์กัดกร่อนผิวหนัง และสามารถเป็นสาเหตุการไหม้ของผิวหนังจากกรด
อาการเรื้อรัง - อาจมีอาการเกิดขึ้นได้ จากการสัมผัสไอสาร ได้แก่ อาการไอ อาการคล้ายหอบหืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง หรือปอดอักเสบจากสารเคมี - การทำลายเนื้อเยื่อกระดูก และสามารถทะลุชั้น enamel และไปมีปฏิกิริยากับ periosteum ทำให้เป็นสาเหตุการกร่อนของฟัน
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) ไม่มีรายงาน
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย -
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) - ภาพรังสีทรวงอก - ตรวจสมรรถภาพปอด ถ้ามีการระคายเคืองทางเดินหายใจ หรือกดการหายใจ
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ -
● การรักษาตามอาการ สัมผัสทางการหายใจ - เคลื่อนย้ายผู้ป่วยสู่อากาศบริสุทธิ์ ติดตามภาวะกดการหายใจ, ถ้าไอ หรือหายใจลำบากเกิดขึ้น ต้องประเมินการระคายเคืองทางเดินหายใจ หลอดลมอักเสบ, หรือปอดอักเสบ / จำเป็นต้องให้ออกซิเจน และให้การช่วยเหลือการหายใจ / รักษาภาวะหลอดลมตีบตัว ด้วย beta2 agonist และการรับประทาน หรือฉีด corticosteroid - ถ้าหลอดลมตีบตัว และหายใจดัง วี๊ด เกิดขึ้น, พิจารณารักษาด้ยการสูดดม sympathomimetic agents - การบาดเจ็บเฉียบพลันของปอด : ประคับประคองการหายใจ และออกซิเจน และประเมินติดตาม arterial blood gas หรือ pulse oximetry เป็นระยะ / การใช้ PEEP และเครื่องช่วยหายใจในระยะแรกอาจมีความจำเป็น สัมผัสทางตา - การลดการปนเปื้อน : การชะล้างดวงตาที่สัมผัส ด้วยน้ำจำนวนมาก เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที / ถ้าระคายเคือง ปวด บวม น้ำตาไหล หรือสู้แสงไม่ได้ไม่หายไป ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ สัมผัสทางผิวหนัง - การลดการปนเปื้อน : นำเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนออกไป และล้างบริเวรที่สัมผัสด้วยสบู่ และน้ำ / แพทย์อาจจำเป็นต้องตรวจบริเวณที่สัมผัส ถ้าการระคายเคือง หรือปวด ไม่หายไป - รักษาผิวหนังที่ระคายเคือง หรือไหม้ด้วยยาทาเฉพาะที่มาตรฐาน / ผู้ป่วยที่กลายเป็นปฏิกิริยาไวเกินของผิวหนัง อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยcorticosteroids หรือ antihistamine แบบกิน หรือแบบทา
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - คนงานที่สัมผัสฟอสฟอรัส ควรได้รับการตรวจทางการแพทย์ เพื่อระบุสถานะทางการแพทย์ และฟัน / อนามัยของฟันที่ไม่ดี สามารถเพิ่มความเสี่ยงของพิษจากฟอสฟอรัส และ phossy jaw - คนงานที่สัมผัสควรได้รับการตรวจสุขภาพก่อนจ้างงาน และการตรวจประเมินการทำงานตับ และปอด และสุขภาพโดยรวมเป็นระยะ - คนงานที่เคยมีโรคทางเดินหายใจอยู่ก่อน ไม่ควรเข้าทำงานที่ต้องสัมผัสสารนี้ มาตรการป้องกัน - สวมชุดปกป้องพิเศษ และ positive pressure self-contained breathing apparatus / การปกป้องทางเดินหายใจ (supplied-air respirator with full facepiece or self-contained breathing apparatus) ควรหาใช้ได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือการสัมผัสเป็นปริมาณมาก - ควรใส่อุปกรณ์ปกป้องดวงตา เพื่อป้องกันการสัมผัสทางดวงตา - ไม่ควรกิน ดื่ม หรือสูบบุหรี่ ระหว่างการทำงาน - การปฏิบัติงานกับ Phosphorus trichloride ควรอยู่ในระบบปิดที่สมบูรณ์ - การระบายอากาศเฉพาะที่ควร กำจัดหรือปล่อยออก ในตำแหน่งที่คนจะมีโอกาสสัมผัสอากาศปนเปื้อนได้น้อยที่สุด
เอกสารอ้างอิง - Phosphorus trichloride. A Comprehensive Guide to the Hazardous Properties of Chemical Substances. Pradyot P. 3th ed. John Wiley & Sons. 2007, pp 842. - Emily, F.M., and Bruce, A.F. Metal Compounds and Rare Earths. In: W.N Rom (ed.), Environmental and occupational medicine, 4th ed., pp. 1091-1092 . Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins 2007. - Phosphates, inorganic and organic, ILO Encyclopaedia of Occupational Health and Safety - Phosphorus trichloride. International Chemical Safety Cards www.cdc.gov/niosh/ipcsneng/neng0696.html - Phosphorus trichloride, Specific Medical Tests Published in the Literature for OSHA Regulated Substances - Phosphorus trichloride, http://www.toxnet.nlm.nih.gov/cgi-bin/sis/search/f?./temp/~EMMA6k:1 - American Conference of Governmental Industrial Hygienists (ACGIH). TLVs and BEIs. 2009.