ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1823
ชื่อ สารเคมี Sodium hydroxide (โซเดียมไฮดรอกไซด์)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Aetznatron,Ascarite,Augus Hot Rod,Caustic soda,Lye,lye, caustic,soda lye,Sodium hydrate,White Caustic,โซดาไฟ, โซดาไฮเดรท, โซดาแผดเผา
สูตรโมเลกุล NaOH
CAS number 1310-73-2
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) เป็นของแข็งสีขาว ไม่มีกลิ่น อาจอยู่ในรูปเม็ดกลม หรือเกล็ดเล็กๆ ละลายน้ำได้ดีมาก (ความร้อนของการละลายสูงมาก อาจเกิดการเดือดอย่างรุนแรงได้) จุดเดือด 1390ºc จุดหลอมเหลว 318ºc pH 13-14 ที่ 20ºc ไม่ติดไฟ เมื่อผสมกับโลหะเบา ก่อให้เกิดแก๊สไฮโดรเจน ซึ่งอาจระเบิดได้
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH TLV-C : 2mg/m3
● OSHA PEL : 2mg/m3
● NIOSH IDLH 10 mg/m3
● IDLH 10 mg/m3
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) 2mg/m3
● มาตรฐานอื่นๆ -
● BEI -
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส ใช้ปรับสภาพกรดให้เป็นกลาง ผลิตเกลือโซเดียม ไฮโดรไลซ์ไขมันเพื่อนำไปผลิตสบู่ และตกตะกอนโลหะ ใช้ในกระบวนการกลั่นน้ำมัน กระบวนการผลิตเรยอน และการปรับปรุงยาง และใช้ในการทำความสะอาดโลหะ ชุบโลหะด้วยไฟฟ้า การผลิตสิ่งทอ และกระบวนการฟอกขาว อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น • การกลั่นปิโตรเลียม • การชุบเคลือบโลหะด้วยไฟฟ้า • การทำความสะอาดโลหะด้วยกรดและด่าง • การทำสี ย้อมสี หรือตกแต่งสิ่งทอ • การผลิตสารกึ่งตัวนำ • การผลิตสิ่งทอ
กลไกการก่อโรค
อาการเฉียบพลัน • การหายใจเข้าไปจะก่อให้เกิดการระคายเคือง และทำให้เกิดการทำลายต่อทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้เกิดอาการจาม ปวดคอ หรือน้ำมูกไหล ปอดอักเสบอย่างรุนแรง หายใจติดขัด หายใจถี่รั่ว • การสัมผัสถูกผิวหนัง จะก่อให้เกิดการระคายเคืองรุนแรง เป็นแผลไหม้ และเกิดเป็นแผลพุพองได้ • การกลืนหรือกินเข้าไป ทำให้แสบไหม้บริเวณปาก คอ กระเพาะอาหาร ทำให้เป็นแผลเป็น เลือดออกในกระเพาะอาหาร อาเจียน ท้องร่วง ความดันเลือดลดต่ำลง อาจทำให้เสียชีวิต • การสัมผัสถูกตา จะมีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้เกิดการระคายเคืองรุนแรง เป็นแผลแสบไหม้ อาจทำให้มองไม่เห็นถึงขั้นตาบอดได้
อาการเรื้อรัง การสัมผัสสารติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อ
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) ไม่มีข้อมูล
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย -
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) -
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ การปฐมพยาบาล • กรณีสูดดมเข้าไป ให้ย้ายผู้ป่วยไปที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ถ้าไม่หายใจ ให้การช่วยหายใจ ให้ออกซิเจน รีบไปพบแพทย์ • ในกรณีที่ถูกผิวหนัง ให้ล้างออกด้วยน้ำปริมาณมาก เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที ถอดเสื้อและรองเท้าที่เปื้อนสาร แล้ว รีบไปพบแพทย์ • ในกรณีที่เข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำปริมาณมาก เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที ต้องแน่ใจว่าได้ล้างตาอย่างเพียงพอ โดยใช้นิ้วมือแยกเปลือกตาออกจากกันระหว่างล้าง และรีบไปพบแพทย์ • เมื่อกลืนกิน ให้ใช้น้ำบ้วนปากในกรณีที่ผู้ป่วยที่ยังมีสติอยู่ รีบไปพบแพทย์ทันที อาจให้ดื่มน้ำหรือนมมากๆ ห้ามทำให้อาเจียน
● การรักษาตามอาการ • กรณีสูดดมเข้าไป พิจารณาให้ออกซิเจนแก่ผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ หากอาการรุนแรงอาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และอาจให้ยาขยายหลอดลมในรายที่มีอาการหลอดลมตีบ • ในกรณีที่ถูกผิวหนัง ควรล้างผิวหนังบริเวณที่สัมผัสสารด้วย Normal saline อย่างเพียงพอ ห้ามใช้สารใดใส่เพื่อทำให้เป็นกลาง (Neutralization) พิจารณาให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเช่นเดียวกับแผลไฟไหม้ และควรติดตามดูขอบเขตและขนาดของแผลซ้ำใน 24 - 48 ชั่วโมง • ในกรณีที่เข้าตา ควรล้างตาอย่างต่อเนื่องจนระดับ pH ใน conjunctival sac เป็นกลาง (pH 7) และควรวัดระดับ pH ใน conjunctival sac ซ้ำ ทุกครึ่งชั่วโมง เป็นเวลา 2 ชั่วโมงหลังจากหยุดล้างตา ตรวจสอบดูว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมอื่นๆในลูกตา พิจารณาให้ยาในกลุ่ม mydriatic, cycloplegic เพื่อป้องกันการเกิด synechiae ตรวจตาหารอยโรคที่ Cornea หรือ Conjunctiva และควรปรึกษาจักษุแพทย์ • ในกรณีรับประทานเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียน ไม่ต้องให้ Activated chacoal และไม่ต้องให้สารใดๆเพื่อพยายามทำให้เป็นกลาง (Neutralization) ในกรณที่ลิ้นและทางเดินหายใจส่วนต้นบวมมาก ต้องระวังภาวะทางเดินหายใจอุดตัน ถ้าผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบาก ควรใส่ท่อช่วยหายใจทางปากหรือทำการเจาะคอ ห้ามใส่ท่อช่วยหายใจผ่านทางจมูกแบบมองไม่เห็น เพราะทำให้เยื่อบวมมากขึ้นและมีเลือดออก อาจทำให้หลอดอาหารทะลุได้ แนะนำเอกซเรยปอดในผู้ป่วยทุกราย ไม่แนะนำให้ใส่ Nasogastric tube ควรรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการและติดตามการเกิดภาวะแทรกซ้อน ให้ผู้ป่วยงดน้ำและอาหารทางปาก ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำอย่างเพียงพอเพื่อไม่ให้ เกิดมีภาวะขาดน้ำ ให้ยาลดกรดในกระเพาะอาหารแบบฉีดทางหลอดเลือดดำ และปรึกษาศัลยกรรมเพื่อพิจารณาทำการส่องกล้อง (Gastroscope) โดยควรทำภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้รับสาร
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ • เลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันอัตรายส่วนบุคคล (PPE) อย่างเหมาะสม เช่น หน้ากาก , ถุงมือ , รองเท้า , เสื้อคลุม , แว่นตา • เตรียมก็อกน้ำ และที่ล้างตา รวมถึงอุปกรณ์ปฐมพยาบาลในสถานที่ทำงาน • ให้ความรู้เกี่ยวกับสารเคมี อันตรายจากการสัมผัส และการป้องกันอันตรายแก่ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนมีมาตรการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสม • การเก็บรักษา : ปิดฝาภาชนะบรรจุให้แน่น เก็บในที่แห้ง ห่างจากกรด น้ำ ความชื้น สารที่เข้ากันไม่ได้ ห้ามใช้ถังบรรจุที่เป็นอะลูมิเนียม ดีบุก หรือสังกะสี • กรณีเกิดเพลิงไหม้ ผู้ผจญเพลิงควรสวมเครื่องช่วยการหายใจแบบครบชุดและเสื้อผ้าที่ใช้ป้องกัน เพื่อป้องกันการสัมผัสกับผิวหนังและดวงตา โดยสารดับไฟที่เหมาะสม คือ คาร์บอนไดออกไซด์, ผงเคมีดับเพลิง คลุมไว้ด้วยทรายแห้งหรือซีเมนต์ • การเฝ้าระวังทางการแพทย์ : เฝ้าระวังอาการที่อาจเกิดขึ้นจากการสัมผัสสารทางช่องทางต่างๆ • ให้สังเกตคำเตือนและข้อควรระวังทั้งหมดที่ให้ไว้สำหรับสารนี้
เอกสารอ้างอิง • Jay A. Brown, M.D., M.P.H., January 2008. Haz-Map: Information on Hazardous Chemicals and Occupational Diseases • ACGIH. TLVs and BEIs Based on the Documentation of the Threshold Limit Values & Biological Exposure Indices. United States 2011. • Ruangsin S. Management of caustic injury. Songkla Med J 2006;24(5):461-467 • NIOSH. NIOSH Pocket Guide to Chemical Hazards. Available from: http://www.cdc.gov/niosh/npg/npgd0414.html. • ฐานความรู้เรื่องความปลอดภัยด้านสารเคมี. Sodium hydroxide. Available from: http://www.chemtrack.org/Chem-Detail.asp?ID=01863 • กรมควบคุมมลพิษ. ศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์. Available from: http://msds.pcd.go.th/searchName.asp?vID=59 • Agency for Toxic Substances and Disease Registry. Toxic Substances Portal - Sodium Hydroxide. Available from: http://www.atsdr.cdc.gov/mmg/mmg.asp?id=246&tid=45