ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1897
ชื่อ สารเคมี Tetrachloroethylene (เตตราคลอโรเอทธิลลีน)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Perchloroethene; Perchloroethylene; Perc; PCE
สูตรโมเลกุล C2CL4
CAS number 127-18-4
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) เป็นของเหลวใสไม่มีสี ระเหยเป็นไอได้ดี มีกลิ่นคล้ายยาสลบคลอโรฟอร์ม กลิ่นหอมหวาน จุดเดือด 121.0 องศาเซลเซียส จุดหลอมเหลว -22 องศาเซลเซียส สารไม่ไวไฟแต่สลายตัวเกิดก๊าซพิษได้
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV – TWA 50 ppm, STEL 200 ppm
● OSHA OSHA PEL – TWA 25 ppm, Ceiling 200 ppm
● NIOSH
● IDLH IDLH 150 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) - ความเข้มข้นเฉลี่ยตลอดระยะเวลาทำงานปกติ 100 ppm - ปริมาณความเข้มข้นสูงสุดในช่วงเวลาที่จำกัด ; 5 นาทีในทุกช่วงเวลา 3 ชั่วโมง 300 ppm - ปริมาณความเข้มข้นที่อาจยอมให้มีได้ 200 ppm
● มาตรฐานอื่นๆ Emergency Response Planning Guidlines (ERPGs) - The ERPG-1: 100 ppm (Odor should be detectable near ERPG-1) - The ERPG-2: 200 ppm - The ERPG-3: 1000 ppm
● BEI ACGIH BEI (2011) – Acetone in urine (End of shift) = 50 mg/L
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส อุตสาหกรรมที่ใช้ - ใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ  อุตสาหกรรมที่มีการใช้ตัวทำละลาย - ใช้ในน้ำยาซักแห้ง  ใช้ในการผลิตสารฟลูออโรคาร์บอน
กลไกการก่อโรค เตตระคลอโรเอทิลิน สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทางได้แก่ ทางการหายใจ ทางการกิน และทางผิวหนัง เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้มีอาการมึนงง ซึม ปวดศรีษะ คลื่นไส้ หมดสติ สัมผัสผ่านผิวหนังทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง
อาการเฉียบพลัน ผู้ที่สัมผัสเตตระคลอโรเอทิลิน อาจมีอาการระคายเคืองต่อผิวหนังเล็กน้อย ผื่นแดงที่ผิวหนัง ถ้าสัมผัสในปริมาณเข้มข้นอาจทำให้ผิวหนังไหม้ แผลพุพอง และเกิดผื่นแดงเป็นจ้ำๆได้ สัมผัสถูกตา อาจทำให้เกิดตาแดง แสบตา น้ำตาไหล เมื่อรับประทานเตตระคลอโรเอทิลินเข้าไปจะมีอาการระคายเคืองต่อปากและคอ ทำให้เกิดอาการเวียนศรีษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เมื่อหายใจเข้าไปจะมีผลต่อระบบประสาท อาการสำคัญ มีได้ตั้งแต่ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ กระวนกระวาย ง่วงนอน ซึมจนถึงหมดสติได้ นอกจากนี้ เตตระคลอโรเอทิลินยังมีฤทธิ์เสี่ยงต่อการเกิดหัวใจเต้นเร็วได้
อาการเรื้อรัง มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เหมือนฤทธิ์ของสารระเหยอื่นๆ และเมื่อสัมผัสผิวหนังไปนานๆจะทำให้ผิวหนังแห้ง แตก และเกิดผิวหนังอักเสบตามมา
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) องค์กร IARC ไม่ได้ทำการประเมินไว้ ACGIH carcinogenicity = 2 A
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) ตรวจเพื่อยืนยันการสัมผัสได้โดย การตรวจหาเตตระคลอโรเอทิลินในเลือด และปัสสาวะ(Tetrachloroethylene in blood and urine)
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ
● การรักษาตามอาการ การรักษาระยะเฉียบพลัน ในกรณีที่สัมผัสกับสารให้ล้างผิวหนังทันทีด้วยสบู่และน้ำปริมาณมาก. ในกรณีได้รับสารพิษเข้าร่างกายปริมาณมากให้การรักษาแบบประคับประคองโดยเฉพาะการเฝ้าระวังเกี่ยวกับระดับสัญาณชีพและระดับความรู้สึกตัว เนื่องจากเตตระคลอโรเอทิลินในสามารถทำให้เกิดความผิดปกติได้ทั้งทางระบบประสาทและระบบไหลเวียนโลหิต ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้ป่วยที่รับสัมผัสเตตระคลอโรเอทิลินในโดยการรับประทาน ควรได้รับการล้างท้องและใช้ผลถ่านกัมมันต์ (Activated charcoal) ในการดูดซับพิษ รักษาอาการแบบประคับประคองตามอาการ เช่น ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ จนร่างกายสามารถขับสารเตตระคลอโรเอทิลินออกมาได้เองจนหมด การดูแลระยะยาว นัดติดตามอาการเพื่อสังเกตอาการทางระบบประสาท
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ การควบคุมเชิงวิศวกรรม ใช้ในตู้ดูดควันสารเคมีเท่านั้น. ฝักบัวนิรภัยและอ่างล้างตา.. เครื่องป้องกันส่วนบุคคล การป้องกันทางเดินหายใจ: เครื่องช่วยหายใจที่ผ่านการรับรองโดยรัฐในบริเวณที่ไม่มีการระบายอากาศและ/หรือการได้รับเหนือ TLV หรือ PEL การป้องกันมือ: ถุงมือชนิดที่ทนสารเคมี. การป้องกันดวงตา: แว่นตาแบบก๊อกเกิลส์ที่ป้องกันสารเคมี. วิธีป้องกันภัยของบุคคล สวมอุปกรณ์ช่วยหายใจแบบครบชุด, รองเท้าบูท และถุงมือยางแบบหนา. สวมชุดปกคลุมมิดชิดแบบใช้แล้วทิ้งและทิ้งทำลายหลังจากใช้แล้ว กรณีเกิดเพลิงไหม้ให้สวมใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจชนิดมีถังอากาศในตัว (SCBA)พร้อมหน้ากากแบบเต็มหน้า ข้อปฏิบัติการใช้สาร คำแนะนำสำหรับการปฏิบัติที่ปลอดภัย: อย่าหายใจเอาไอระเหยเข้าไป. ระวังอย่าให้เข้าตา, โดนผิวหนัง, หรือเสื้อผ้า. หลีกเลี่ยงการได้รับสารเป็นเวลานานหรือซ้ำหลายครั้ง. สุขลักษณะทั่วไป ทำความสะอาดเสื้อผ้าที่เปื้อนก่อนนำมาใช้ใหม่. ล้างให้สะอาดหลังการสัมผัส
เอกสารอ้างอิง  ACGIH. TLVs and BEIs Based on the Documentation of the Threshold Limit Values & Biological Exposure Indices. United States2011.  NIOSH. NIOSH Pocket Guide to Chemical Hazards. Available from: http://www.cdc.gov/niosh/npg/npgd0414.html.  Chemical Safety Sheet ,Samsom Chemical Publisher ,1991  ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมีกรมควบคุมมลพิษ. คู่มือการระง ับอุบัติภัยจากวัตถุอันตราย 2546.  ศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์กรมควบคุมมลพิษ. Acetone. Available from: http://msds.pcd.go.th/.