ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 1918
ชื่อ สารเคมี Cumene (คิวมีน)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Cumol, Isopropylbenzene, 2-phenylpropane, (1-Methylethyl)benzene
สูตรโมเลกุล C9-H12
CAS number 98-82-8
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ของเหลว ใส ไม่มีสี ติดไฟได้ มีกลิ่นฉุนแสบ
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV (1997) TWA 50 ppm
● OSHA OSHA PEL TWA 50 ppm (245 mg/m3)
● NIOSH NIOSH REL TWA 50 ppm (245 mg/m3)
● IDLH IDLH 900 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ประกาศกระทรวง มหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) พ.ศ. 2520: ไม่ได้กำหนดไว้
● มาตรฐานอื่นๆ ไม่มี
● BEI องค์กร IARC ไม่ได้กำหนดค่ามาตรฐานไว้ องค์กร DFG ของประเทศเยอรมนี ได้เสนอแนะมาตรฐานไว้ในปี ค.ศ. 2000 โดยให้ตรวจ 2-phenyl-2-propanol ในปัสสาวะเพื่อดูการสัมผัสสารคิวมีน เก็บหลังเลิกงานค่าไม่ควรเกิน 50 mg/g Cr และค่าคิวมีนในเลือด เก็บหลังเลิกงาน ไม่ควรเกิน 2 mg/L
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส ใช้คิวมีนในอุตสาหกรรมสารเคมีต่างๆ เช่น การผลิต phenol, acetone, acetophenoneและ methyl styrene เป็นส่วนผสมทินเนอร์ผสมอยู่ใน สี น้ำยาแลคเกอร์ น้ำยาเคลือบ เป็นส่วนประกอบของน้ำมันเครื่องออกเทนสูง และยังมีการใช้คิวมีนในอุตสาหกรรมยาง เตารีด เหล็ก ท่อ และกระดาษ
กลไกการก่อโรค การรับสัมผัสสารคิวมีนส่วนใหญ่เป็นการหายใจรับอากาศที่ปนเปื้อนคิวมีนเข้าไป นอกจากนี้อาจรับสัมผัสโดยทางการกิน ทางผิวหนัง และดวงตาได้ด้วย หลังจากดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนแปลงให้อยู่ในรูปสารเมตาโบไลต์ (metabolite) ที่ละลายน้ำได้คือ 2-phenyl-2-propanol (dimethylphenylcarbinol) และถูกขับออกมาทางปัสสาวะ
อาการเฉียบพลัน ระคายเคืองตา ผิวหนัง และทางเดินหายใจ การกลืนเข้าไปอาจสำลักและทำให้เกิดปอดอักเสบ (chemical pneumonitis) ได้ นอกจากนี้ยังมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เดินเซ ง่วงซึม และอาจทำให้หมดสติได้เมื่อสัมผัสในขนาดสูง
อาการเรื้อรัง การสัมผัสนานๆ หรือเป็นประจำอาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ เกิดผื่นแดง ทำลายปอดและไต นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าคนงานที่สัมผัสคิวมีนเป็นเวลานาน มีการเปลี่ยนแปลงของเอนไซม์ตับด้วย
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) IARC Group 2B (อาจจะเป็นสารก่อมะเร็ง)
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย เน้นวินิจฉัยจากประวัติและอาการเป็นหลัก พิจารณาส่งตรวจ 2-phenyl-2-propanol (dimethylphenylcarbinol) ซึ่งเป็นสารเมตาโบไลต์ของคิวมีนในปัสสาวะ หรือตรวจระดับคิวมีนในเลือด ในห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจสารเหล่านี้ได้
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) การตรวจเพื่อบ่งชี้การสัมผัสคิวมีน อาจทำ 2 วิธี คือการตรวจ 2-phenyl-2-propanol (dimethylphenylcarbinol) ซึ่งเป็นสารเมตาโบไลต์ของคิวมีน ตรวจในปัสสาวะ อีกวิธีคือตรวจระดับคิวมีนในเลือด อย่างไรก็ตามต้องมีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจสารเหล่านี้ได้รองรับด้วย
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มี antidote
● การรักษาตามอาการ สอบถามอาการผิดปกติ และรักษาตามอาการ บางรายที่อาการรุนแรง อาจให้นอนรักษาในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการและภาวะแทรกซ้อน บุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การช่วยเหลือผู้ป่วย มีโอกาสได้รับการปนเปื้อนสารเคมีจากผู้ป่วยได้ จึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น ถุงมือ เสื้อคลุม และหน้ากาก ขณะดูแลรักษาผู้ป่วย
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน 1. เก็บสารนี้ไว้ในที่เย็นและแห้ง และมีการระบายอากาศเป็นอย่างดี 2. สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (หน้ากาก แว่นตา และถุงมือ) ทุกครั้งที่ทำงานสัมผัสคิวมีน 3. แยกจากสารที่เข้ากันไม่ได้ เช่นสารออกซิไดซ์อย่างแรง กรดไนตริก กรดซัลฟูริก เมื่อสัมผัสกับอากาศนานๆ จะทำให้เกิด cumine hydroperoxide ได้ 4. ให้สังเกตคำเตือน และข้อควรระวังทั้งหมดที่ระบุไว้สำหรับสารเคมีชนิดนี้ 5. พื้นที่เก็บและใช้งานจะต้องเป็นพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ 6. ภาชนะบรรจุจะต้องต่อเชือกและต่อลงดินสำหรับการถ่ายเทเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดประกายไฟฟ้าสถิต - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ 1. สารนี้เป็นของเหลวไวไฟ ว่องไวต่อประจุไฟฟ้าสถิต สารดับเพลิงให้ใช้น้ำฉีดเป็นฝอย ผงเคมีแห้ง โฟม หรือคาร์บอนไดออกไซด์ (น้ำจะใช้ในการดับเพลิงไม่ได้ผล แต่จะใช้น้ำฉีดเป็นฝอยเพื่อหล่อเย็นภาชนะบรรจุที่สัมผัสถูกเพลิงและเพื่อเจือจางของเหลวและควบคุมไอระเหย) 2. ในเหตุการณ์เกิดเพลิงไหม้ให้สวมชุดป้องกันสารเคมีและอุปกรณ์ช่วยหายใจชนิดที่มีถังอากาศในตัว(SCBA) พร้อมกับหน้ากากแบบเต็มหน้า 3. ส่วนผสมไอระเหยและอากาศอาจระเบิดได้ภายในขีดกำจัดความไวไฟที่อุณหภูมิสูงกว่าจุดวาบไฟ 4. ภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทเมื่อสัมผัสกับความร้อนอาจระเบิดได้ 5. กรณีรั่วไหล ให้เคลื่อนย้ายแหล่งของการจุดติดไฟทั้งหมดออกไป กั้นแยกพื้นที่อันตราย ควบคุมบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องและไม่มีการป้องกันอันตรายเข้าไปในพื้นที่ 6. วิธีการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุรั่วไหลให้สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสม ให้ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ไม่ทำให้เกิดประกายไฟ อย่าใช้วัสดุติดไฟได้ อย่าฉีดล้างลงไปในท่อระบายน้ำ ถ้าสารที่รั่วไหลยังไม่ลุกติดไฟให้ใช้น้ำฉีดเป็นฝอยเพื่อสลายกลุ่มไอระเหยเพื่อป้องกันอันตรายต่อบุคคลที่พยายามที่จะเข้าไปหยุดการรั่วไหล และฉีดล้างส่วนที่หกรั่วไหลออกไปไม่ให้สัมผัสกับเพลิง ระวังการหกรั่วไหลปนเปื้อนลงสู่ ดิน น้ำ และอากาศ เก็บนวมรอบของเหลวใส่ในภาชนะบรรจุที่เหมาะสมหรือดูดซับด้วยวัสดุเฉื่อย เช่น หินทราย ทรายแห้ง ใส่ในภาชนะบรรจุกากของเสียจากสารเคมี การพิจารณากำจัดวัสดุดูดซับเหล่านี้หลังใช้ต้องจัดการเช่นเดียวกับกากของเสีย โดยส่งให้ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นผู้กำจัด - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ซักประวัติหรือจัดทำแบบสอบถามอาการระคายเคือง(ทางเดินหายใจ ผิวหนัง ทางเดินอาหาร และตา)ในพนักงานที่ทำงานสัมผัสสารนี้
เอกสารอ้างอิง - International Programme on Chemical Safety. International Chemical Safety Cards (ICSCs). Geneva: International Labour Office 1998. - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004. - Lauwerys RR, Hoet P. Industrial chemical exposure: Guidelines for biological monitoring 3rd ed. Florida: CRC Press 2001. - http://hia.anamai.moph.go.th/mabtaphut/Cumene.html - http://www.pcd.go.th/Info_serv/cumene.pdf - http://msds.pcd.go.th/pdf/474.pdf - http://www.thaitox.org/media/upload/file/Journal/2008-2/39%20oral%20abstract.pdf