ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 2015
ชื่อ สารเคมี Hydrogen peroxide (ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Hydroperoxide, Hydrogen dioxide, Dihydrogen dioxide
สูตรโมเลกุล H2-O2
CAS number 7722-84-1
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) **ภาวะปกติ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์อยู่ในสถานะของเหลวที่ไม่คงตัว ไม่มีสี มีรสขม มักทำอยู่ในรูปสารละลายในน้ำความเข้มข้น 3%-90 % และที่อุณหภูมิต่ำ(< 120C)จะเป็นเกล็ดแข็งสีขาว
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV – 8 hr Time Weighted Avg (TWA): 1 ppm. (1.4 mg/cu m)
● OSHA OSHA PEL – 8-hr Time Weighted Avg: 0.1 ppm (0.1 mg/cu m)
● NIOSH NIOSH REL- 10 Hr Time-Weighted Avg: 1 ppm (1.4 mg/cu m)
● IDLH 75 ppm.
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี)
● มาตรฐานอื่นๆ Emergency Response Planning Guideline (ERPG) Values American Industrial Hygiene Association (AIHA). ERPG-1* Listed value 10 ppm Calculated value 13.91 mg m-3 ERPG-2** Listed value 50 ppm Calculated value 69.53 mg m-3 ERPG-3*** Listed value 100 ppm Calculated value 139.06 mg m-3 AIHA ERPG-2 (emergency response planning guideline) (maximum airborne concentration below which it is believed that nearly all individuals could be exposed for up to 1 hour without experiencing or developing irreversible or other serious health effects or symptoms which could impair an individual's ability to take protective action) = 50 ppm
● BEI ยังไม่มีการตรวจเฉพาะเพื่อหาระดับการสัมผัสในร่างกาย
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส ขนาดความเข้มข้นของ H2O2 3%-6% - ผลิตน้ำยาในทางการแพทย์ ใช้เป็นสารต้านเชื้อ (Antiseptics)/สารฆ่าเชื้อ(Disinfectants) เนื่องจากไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ และเป็น oxidizing agent ทำให้เกิด oxidizing effect ภายในเซลล์ และจะไปทำลายโครงสร้างโมเลกุลของ cellular protein จึงยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ แบคทีเรีย(bacteria) โดยมีผลกับแบคทีเรียแกรมลบ มากกว่าแบคทีเรียแกรมบวก และยังมีผลกับเชื้อรา (mold) ด้วย ตัวอย่างเช่น สารทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคที่ผิวหนัง ทำน้ำยาบ้วนปาก ยารักษาสิว ใช้ละลายขี้หูแห้ง - พ่นฆ่าเชื้อโรคในห้องด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ แบบ dry mist diffusion โดยใช้น้ำยาที่ความเข้มข้น 4.5% - ใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตเครื่องสำอาง ทำน้ำยาย้อมผม ฯ - ใช้ในครัวเรือนต้องใช้ในความเข้มข้น ≤ 3% เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาทำความสะอาดพื้น ฯ ขนาดความเข้มข้นของ H2O2 30% - ใช้เป็นตัวทำปฏิกิริยาเพิ่มออกซิเจน(oxidizing agent)ในห้องปฏิบัติการ ใช้ผลิตสารเคมี หลายชนิด เช่น ใช้เป็นตัว oxidizing ในขั้นตอนการผลิตโคเคน แต่เป็นการใช้ที่ผิดกฎหมาย ขนาดความเข้มข้นของ H2O2 35%-50% ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆดังนี้ - โรงงานที่มีการใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในปริมาณมาก คือ โรงงานผลิตกระดาษจากเยื่อไม้ โรงงานผลิตวัสดุสิ่งทอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งทอที่ทำจากฝ้าย โดยใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เป็นสารฟอกขาว - โรงงานผลิตกลีเซอร์รีน,ผลิตพลาสติค - ใช้ในการกัดกร่อนผิวโลหะให้เป็นรูปร่างต่างๆเพื่อทำเป็นแม่พิมพ์ -ในโรงงานอิเล็คโทรนิค ใช้ในกระบวนการผลิต semiconductors -อุตสาหกรรมอาหาร • เป็นสารทำความสะอาด (sanitizer) ที่นิยมใช้ทำความสะอาดเครื่องจักรและอุปกรณ์แปรรูปอาหาร และบรรจุภัณฑ์อาหาร (packaging) โดยใช้ระบบ aseptic packaging บรรจุภัณฑ์เหล่านี้ อาจจะถูกจุ่มลงในอ่างสารละลายหรือถูกพ่นละอองฝอยของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ จากนั้นจะถูกเป่าด้วยลมร้อนอุณหภูมิ 60-125 0C เพื่อระเหยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ส่วนเกินออกไป • สารฟอกสีในอาหาร (bleaching agent) - ใช้ในการผลิตก๊าซออกซิเจน - ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย กำจัดกลิ่นของน้ำเสีย กำจัดกลิ่นขยะ - ใช้บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เริ่มนำไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มาใช้แทนคลอรีนในการทำน้ำประปา เพราะไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เมื่อแตกตัวเป็นน้ำ และก๊าซออกซิเจนแล้วไม่เหลือตกค้างในสิ่งแวดล้อม ขนาดความเข้มข้นของ H2O2 90% - ใช้ขับเคลื่อนจรวด (rocket propulsion) และเรือดำน้ำ (Submarine)
กลไกการก่อโรค -ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้นตั้งแต่ 8%ขึ้นไป ถือว่าเป็นสารกัดกร่อน -ในภาวะปกติไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์จะคอยๆแตกตัวเองอย่างช้าๆ ได้เป็นน้ำ และ ก๊าซออกซิเจน -แสง ความร้อน และการเสียดสีจนทำให้เกิดความร้อน จะเป็นตัวเร่งให้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แตกตัว ได้เป็นน้ำ และ ก๊าซออกซิเจน เร็วยิ่งขึ้น -เมื่อไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แตกตัวจะได้ก๊าซออกซิเจนในปริมาตรมากกว่าเดิม 10 เท่า ตัวอย่าง เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(ความเข้มข้น 3% )จำนวน 1 มล, เมื่อแตกตัวเป็นน้ำ และก๊าซออกซิเจน จะให้ก๊าซออกซิเจนซึ่งมีปริมาตรถึง 10 มล, ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทางได้แก่ • ทางการหายใจ • ทางผิวหนัง และเยื่อบุตา • ทางการกิน (พบได้น้อย )
อาการเฉียบพลัน ทางการหายใจ: อาการของทางเดินหายใจนับตั้งแต่จมูกลงไปจนถึงหลอดลมขนาดเล็กส่วนปลายของปอด ได้แก่ แสบจมูก ไอรุนแรง เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก หายใจขัด เนื่องจากทางเดินหายใจตีบแคบเพราะกล้ามเนื้อหลอดลมหดรัดตัว (Bronchospasm) ถ้าหายใจเข้าไปในปริมาณมากในความเข้มข้นที่สูง หากไม่ได้รับการรักษาทันทีอาการจะรุนแรงถึงชีวิตได้ ซึ่งมักเกิดจาก severe pulmonary edema ทางผิวหนัง; ทำให้ผิวหนังแสบร้อน เยื่อบุตา: ส่วนใหญ่เป็นอาการระคายเคืองอย่างรุนแรงของเยื่อบุตา แสบตา น้ำตาไหล ทำให้เยื่อบุตาไหม้เกิดเป็นแผลลึก(corneal ulcer) ระบบทางเดินอาหาร: เมื่อไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร เริ่มจากเจ็บแสบในลำคอ ปวดท้องมาก เยื่อบุหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้ถูกกัดกร่อนเป็นแผลมีเลือดออก ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์จะทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อเหล่านี้แล้วแตกตัวเป็นน้ำ และก๊าซออกซิเจน ถ้าเกิดก๊าซออกซิเจนในปริมาณมากกระเพาะอาหารและลำไส้จะโป่งพอง อาจเกิดทะลุได้ ก๊าซออกซิเจนบางส่วนจะเข้าสู่กระแสเลือดเกิดเป็นฟองอากาศ ไปอุดตันเส้นเลือดของอวัยวะต่างๆได้ เช่น อุดตันเส้นเลือดในสมอง ทำให้แขน ขาอ่อนแรง ชัก หมดสติได้
อาการเรื้อรัง ทำให้แสบตา น้ำตาไหล เป็นๆหายๆ เป็นแผลที่กระจกตา (Corneal ulcer) ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสจะเป็นสีขาว ผมขาวเป็นหย่อมๆ
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) ยังไม่มีหลักฐานว่าเป็นสารก่อมะเร็ง
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย การวินิจฉัยได้จากประวัติการสัมผัส และอาการแสดงที่สัมพันธ์กัน
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) ยังไม่มีการตรวจเฉพาะเพื่อหาระดับการสัมผัสในร่างกาย การตรวจเลือด ดู blood gas และดูระดับเกลือแร่(electrolytes) เอ็กซ์เรย์ทรวงอก เพื่อประเมินว่ามีความผิดปกติของปอดหรือไม่ เอ็กซ์เรย์ระบบทางเดินอาหาร เพื่อประเมินการขยายตัวของกระเพาะอาหาร และ ลำไส้ ดูรอยฟองอากาศในลำใส้
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มีการรักษาเฉพาะ ไม่มี antidote
● การรักษาตามอาการ การรักษาระยะเฉียบพลัน ต้องรีบย้ายผู้ป่วยออกจากบริเวณที่รับสัมผัส ไปยังที่โล่งเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับอากาศบริสุทธิ์ ทำการล้างตัวและอวัยวะที่สัมผัสสารนั้นทันที ให้การรักษาแบบประคับประคอง ให้ออกซิเจน เฝ้าระวังระบบทางเดินหายใจ เฝ้าระวังระดับสัญญาณชีพ ระดับความรู้สึกตัว และตรวจดูเยื่อบุตา เนื่องจากสามารถทำให้เกิดความผิดปกติได้ทั้งระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท ระบบไหลเวียนโลหิต ถ้าผู้ป่วยหายใจลำบากเนื่องจากกล้ามเนื้อหลอดลมหดรัดตัว ทำให้หลอดลมตีบแคบ ควรให้ยาขยายหลอดลมทันที ควรพิจารณาให้สารละลายทางเส้นเลือดดำไว้กรณีฉุกเฉินที่อาจจะต้องให้สเตียรอยด์เข้าทางเส้นเลือด หรือยาฉีด อื่นๆที่จำเป็น เช่น ยาไดอะซีแพมรักษาอาการชัก เป็นต้น ถ้าผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ หายใจลำบาก อาจต้องพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ และใช้เครื่องช่วยหายใจ (Endotracheal intubation & ventilator) ถ้าเข้าตา ให้ล้างตาด้วยน้ำธรรมดาอย่างน้อย 15 นาที หลังจากล้างตาแล้ว ผู้ป่วยยังมีอาการแสบตามาก หรือพบว่ามีแผลที่กระจกตา(Corneal ulcer) ควรปรึกษาจักษุแพทย์ทันที ถ้าผู้ป่วยกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ควรใส่ท่อทางจมูกเข้ากระเพาะอาหาร( Nasogastric tube)เพื่อล้างท้องด้วยน้ำธรรมดา ทั้งยังเป็นการระบายเอาก๊าซออกซิเจนออกมาภายนอก ลดอาการอึดอัดแน่นท้อง ควรตรวจเลือด เพื่อดูblood gas ดูระดับเกลือแร่(electrolytes) เอ็กซ์เรย์ทรวงอก เพื่อประเมินว่ามีความผิดปกติของปอดหรือไม่ การดูแลระยะยาว ควรนัดติดตามเพื่อสังเกตอาการทางระบบทางเดินหายใจ และระบบประสาท ควรตรวจสมรรถภาพปอด (Pulmonary function test) เป็นระยะๆ ในกรณีที่ได้รับสัมผัสในปริมาณมาก เกิดการทำลายรุนแรงอาจทำให้อวัยวะถูกทำลายอย่างถาวรได้ เช่น ที่เยื่อบุตาและกระจกตา ทำให้ตาบอด หายใจเข้าไปในปริมาณมากทำให้เนื้อปอดเป็นพังผืด หดรัดตัวถาวร
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน เนื่องจากไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นสารที่มีคุณสมบัติเป็นoxidizing agentสูงมาก และมีฤทธิ์กัดกร่อน โดยเฉพาะในความเข้มข้นสูง การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในโรงงานหรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การจัดเก็บควรจัดในเก็บสถานที่แยกห่างจากที่อยู่อาศัย เก็บในถังโลหะที่มีช่องระบายอากาศ มีระบบป้องกันไฟ อยู่ในห้องเย็น มีการระบายอากาศที่ดี ห้ามใช้โลหะออกไซด์ทำเป็นถังที่จัดเก็บ เพราะไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ทำปฏิกิริยาสันดาปรุนแรงกับโลหะออกไซด์แล้วเกิดระเบิดรุนแรงได้ง่าย - สำหรับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่ใช้ในครัวเรือน ต้องมีความเข้มข้น≤ 3% เท่านั้น เก็บไว้ในที่เย็น มีสลากปิดที่ขวดชัดเจน เก็บแยกจากส่วนอื่นๆเพื่อป้องกันการหยิบผิด เมื่อแบ่งออกมาใช้แล้วห้ามเทส่วนที่เหลือใช้กลับคืนขวดเดิม - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ ในโรงงาน บริเวณที่จัดเก็บต้องแยกต่างหากจากบริเวณอื่น ห้องจัดเก็บต้องทำด้วยวัสดุที่ป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิตย์ มีมาตรการและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในกรณีที่เกิดการรั่วไหล มีการซ้อมอุบัติภัยในระยะเวลาที่เหมาะสมทุกปี - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ผู้ที่ทำงานต้องสัมผัสกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ควรได้รับการตรวจร่างกายทุก 6-12 เดือนเพื่อเป็นการเฝ้าระวังสุขภาพ ดังนี้ 1.ตรวจร่างกายทั่วไป ดูเยื่อบุตา กระจกตา(Cornea) ผิวหนัง เส้นผม 2.ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจเลือดเพื่อดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจปัสสาวะเพื่อช่วยประเมินการทำหน้าที่ของไต 3.เอ็กซ์เรย์ปอด และตรวจสมรรถภาพปอด(Pulmonary Function Test) - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เมื่อเผาไหม้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ จะแตกตัวได้ น้ำ และก๊าซออกซิเจน ซึ่งก๊าซออกซิเจน เป็นตัวช่วยให้การเผาไหม้รุนแรงขึ้น ดังนั้นการเข้าไปกู้ภัยต้องใช้ชุดที่ป้องกันไฟได้ การที่วัสดุสิ่งก่อสร้างอื่นๆในบริเวณนั้นที่ถูกเผาไหม้ด้วยจะทำให้เกิดก๊าซที่เป็นพิษ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นต้น ระดับของชุดจึงควรเป็นชุดป้องกันชนิดที่มีถังบรรจุอากาศในตัว (Self-contained breathing apparatus, SCBA) - การดับเพลิงที่เกิดจากไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ให้ใช้น้ำธรรมดาฉีดในปริมาณมากเพียงพอ
เอกสารอ้างอิง - ACGIH. TLVs and BEIs Based on the Documentation of the Threshold Limit Values & Biological Exposure Indices. United States2011. - NIOSH. NIOSH Pocket Guide to Chemical Hazards. Available from: http://www.cdc.gov/niosh/npg/npgd0414.html. - Stellman JM. ILO encyclopaedia of occupational health and safety. 4th ed. Geneva: International Labour Office 1998. - Haz-Map: Occupational Exposure to Hazardous Agents. Available from: http://hazmap.nlm.nih.gov/. - ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมีกรมควบคุมมลพิษ. คู่มือการระงับอุบัติภัยจากวัตถุอันตราย 2546.