ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 2031
ชื่อ สารเคมี Nitric acid
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Hydrogen nitrate; Azotic acid; Rfna; Aqua fortis; Fuming nitric acid; Red fuming nitric acid; Nital; Nitryl Hydroxide; Nitric acid red fuming; Nitric acid, other than red fuming
สูตรโมเลกุล HNO3
CAS number 7697-37-2
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) เป็นสารละลาย ไม่มีสี มีกลิ่นฉุน จุดเดือด 83 องศาเซลเซียส จุดหลอมเหลว -42 องศาเซลเซียส ละลายน้ำได้ดี
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV – TWA 2 ppm, STEL 4 ppm
● OSHA OSHA PEL – TWA 2 ppm, STEL N/A
● NIOSH NIOSH REL - TWA 2 ppm (5 mg/m3) ST 4 ppm (10 mg/m3)
● IDLH IDLH 25 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) พ.ศ. 2520: ความเข้มข้นเฉลี่ยตลอดระยะเวลาทำงานปกติ = 2 ppm (5 mg/m3)
● มาตรฐานอื่นๆ ค่ามาตรฐานในสิ่งแวดล้อม EPA NAAQS – N/A
● BEI ยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใดกำหนดค่ามาตรฐานไว้
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส อุตสาหกรรมที่ใช้ - ใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตแอมโมเนียมไนเตรท (Ammonium Nitrate) - ใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตระเบิด - ใช้ทำความสะอาดโลหะในอุตสาหกรรมการผลิตโลหะต่างๆ - ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตสารกึ่งตัวนำ
กลไกการก่อโรค เมื่อร่างกายสัมผัสกรดชนิดนี้โดยตรงจะทำให้เกิดการกัดกร่อนเนื้อเยื่อที่สัมผัสกับกรด เช่นผิวหนัง นอกจากนี้กรดไนตริค เป็นกรดที่สามารถละลายน้ำได้ดี (High Water Solubility) เมื่อกรดไนตริคที่ระเหยในรูปของแก๊สและทำปฏิกิริยากับของเหลวในร่างกายโดยเฉพาะบริเวณเยื่อบุในอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตา ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจตั้งแต่ทางเดินหายใจส่วนบน เช่น จมูก คอ ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ได้
อาการเฉียบพลัน เนื่องจากเป็นกรดที่ละลายน้ำได้ดี จึงทำให้เกิดการระคายเคืองได้เร็ว ตั้งแต่ทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้เป็นการเตือนผู้ที่สัมผัสกับกรดไนตริค ไม่ให้สัมผัสกรดเพิ่ม ในกรณีที่สัมผัสกรดไนตริคในปริมาณต่ำๆ จะทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุต่างๆ และทางเดินหายใจส่วนบนเป็นส่วนใหญ่ จะทำให้เกิดอาการแสบตาเคืองตาจากเยื่อบุตาอักเสบ แสบจมูกปวดหรือคัดจมูกจากโพรงจมูกอักเสบ ผิวหนังอักเสบ ไอ เจ็บคอ เสียงแหบ หรือถ้ามีอาการมากอาจมีอาการหอบหืดได้ ในกรณีที่สัมผัสกรดไนตริคในปริมาณสูง นอกจากอาการที่เหมือนกับการสัมผัสในปริมาณน้อยๆแล้ว จะทำให้เกิดการบวมในเยื่อบุทางเดินหายใจ เช่น กล่องเสียงบวม หลอดลมบวม เกิดภาะทางเดินหายใจอุดกั้นเกิดอาการหอบเหนื่อย นอกจากนี้อาจเกิดการทำลายเนื้อปอดจนเกิดภาวะปอดอักเสบจากสารเคมี (Chemical Pneumonitis) หรือภาวะปอดบวมน้ำ (Pulmonary edema) ซึ่งอาจรุนแรงจนเสียชีวิตได้
อาการเรื้อรัง แม้ว่าผู้ที่มีสัมผัสกรดไนตริคส่วนใหญ่จะฟื้นตัวจนหายเป็นปกติ แต่อาจมีบางรายที่เกิดความผิดปกติแบบถาวร เช่น อาการหอบหืดเรื้อรัง หรือเกิดพังผืดในเนื้อปอด
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) ไม่มีข้อมูล องค์กร IARC ยังไม่ได้ทำการประเมินไว้
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย 1. มีอาการ อาการแสดงที่เข้าได้กับผลเสียต่อสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมีชนิดนี้ 2. มีการวินิจฉัยแยกโรคอื่นแล้ว 3. ผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสสารชนิดนี้จริง 4. มีผลการตรวจตัวชี้วัดทางชีวภาพของผู้ป่วยบ่งบอกว่ามีการสัมผัสสารชนินี้จริง 5. มีผลตรวจทางอนามัยโรงงานว่างานที่ทำน่าจะมีการสัมผัสสารชนินี้เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย 6. มีผู้อื่นที่ปฏิบัติงานแบบเดียวกับผู้ป่วยมีอาการเจ็บป่วยคล้ายกัน
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) ไม่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการทำจำเพาะเจาะจงสำหรับการติดตามการสัมผัสกรดไนตริค แต่สามารถตรวจเพิ่มเติมทางอ้อมเพื่อยืนยันการสัมผัสได้ซึ่งประกอบด้วย (1) ประวัติการสัมผัสกรดไนตริค (2) ดูอาการระคายเคืองอวัยวะต่างๆ เช่น แสบตา แสบจมูก ไอ แสบคอ (3) การตรวจระดับแก๊สในหลอดเลือดแดง (Arterial Blood Gas) (4) ในกรณีที่มีประวัติสัมผัสกรดไนตริคในปริมาณมาก การถ่ายภาพรังสีทรวงอกจะมีประโยชน์ในการติดตามภาวะปอดอักเสบและปอดบวมน้ำจากกรดไนตริค (5) ตรวจร่างกายและสังเกตอาการซ้ำเป็นระยะ (6) ในกรณีที่สัมผัสกรดไนตริคมาเป็นระยะเวลานานๆ การตรวจสมรรถภาพปอดและการตรวจฟันเพื่อดูการกร่อนของฟันอาจช่วยประกอบการวินิจฉัยได้
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มีการรักษาเฉพาะ
● การรักษาตามอาการ - การปฐมพยาบาล รีบนำผู้ป่วยออกมาจากจุดเกิดเหตุ ประเมินการหายใจ ถ้ามีเสียงแหบ (hoarseness) หรือหายใจเสียงดัง (stridor) ต้องระวังภาวะกล่องเสียงบวมซึ่งอาจทำให้มีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นได้ ให้ผู้ป่วยสูดดมออกซิเจนบริสุทธิ์ (100 % oxygen) และอาจพิจารณาให้ยาขยายหลอดลม ถ้ามีภาวะหลอดลมตีบ ติดตามระดับออกซิเจนในร่างกาย - การรักษาระยะเฉียบพลัน ถ้าสัมผัสโดยการรับประทาน ห้ามทำให้อาเจียน สังเกตอาการของการระคายเคืองทางเดินอาหาร ถ้าสงสัยภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารอาจจำเป็นต้องส่งกล้องในทางเดินอาหารเพื่อรักษา ควรงดน้ำงดอาหารทางการรับประทานและให้สารน้ำทางเส้นเลือดดำให้เพียงพอ ถ้าสัมผัสโดยการหายใจ รีบนำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุโดยเร็ว และให้ประเมินความรุนแรงของการอุดกั้นทางเดินหายใจถ้ามีอาการเพียงเล็กน้อยให้สูดดมออกซิเจน(100 % O2) หากมีความรุนแรงมากควรพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจตั้งแต่ระยะแรกเนื่องจากอาจมีภาวะหลอดลมอุดกั้นรุนแรงจนเสียชีวิตได้และควรให้ยาขยายหลอดลมชนิดพ่นเพื่อช่วยขยายหลอดลมด้วย ถ้าเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากๆ และรีบส่งปรึกษาจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุด ถ้าสัมผัสผิวหนัง ควรรีบถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนออกและล้างตัวหรือบริเวณที่สัมผัสด้วยน้ำสะอาดและสบู่ให้มากที่สุด แล้วรีบส่งรักษาต่อโดยแพทย์ที่โรงพยาบาล ถ้าผิวหนังถูกกรดเป็นบริเวณกว้างควรให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อป้องกันภาวะร่างกายสูญเสียน้ำ และทำแผลอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อนที่ผิวหนัง
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน 1. ขณะทำงานควรระวังการสัมผัสผิวหนัง ตาและทางการหายใจ หากมีการสัมผัสทางการผิวหนังหรือกระเด็นเข้าตาควรล้างด้วยน้ำสะอาด 2. การใส่เครื่องป้องกันส่วนบุคคลควรใส่หน้ากาก ถุงมือ ชุดป้องกันสารเคมี และแว่นตานิรภัย ในส่วนของหน้ากากควรใช้หน้ากากที่ป้องกันสารเคมี - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ 1. จัดระบบระบายอากาศในสถานประกอบการให้เหมาะสม เพียงพอ 2. ใช้เครื่องป้องกันอันตรายที่เหมาะสม และเพียงพอ - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ติดตามอาการของผู้ที่สัมผัสกรดไนตริค ซึ่งอาจมีความผิดปกติกับร่างกายได้เช่น โรคหอบหืด หรือผังผืดในปอด โดยอาจนัดติดตามอาการ และตรวจสมรรถภาพปอดเป็นระยะ - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน กรดไนตริคเป็นสารที่สามารถทำปฏิกิริยากับสารเคมีชนิดอื่นได้ดี กรดไนตริคไม่ติดไฟแต่สามารถทำปฏิกิริยากับสารชนิดอื่นจนเกิดการระเบิดหรือเกิดไฟได้ นอกจากนี้ยังมีความเป็นกรดซึ่งเป็นอันตรายรุนแรงกับผู้ที่รับสัมผัส ดังนั้นเมื่อมีผู้ที่ได้รับสัมผัส ให้พยายามนำตัวออกมาจากจุดที่เกิดการสัมผัสโดยเร็ว ทำการถอดเสื้อผ้าและล้างตัว ด้วยน้ำสะอาดให้มากที่สุดก่อนนำส่งโรงพยาบาล
เอกสารอ้างอิง - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004. - ACGIH. TLVs and BEIs Based on the Documentation of the Threshold Limit Values & Biological Exposure Indices. United States2011. - NIOSH. NIOSH Pocket Guide to Chemical Hazards. Available from: http://www.cdc.gov/niosh/npg/npgd0414.html. - Stellman JM. ILO encyclopaedia of occupational health and safety. 4th ed. Geneva: International Labour Office 1998. - Haz-Map: Occupational Exposure to Hazardous Agents. Nitric acid. Available from: http://hazmap.nlm.nih.gov/. - ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมีกรมควบคุมมลพิษ. คู่มือการระงับอุบัติภัยจากวัตถุอันตราย2546. - ศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์กรมควบคุมมลพิษ. Nitric acid. Available from: http://msds.pcd.go.th/.