ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 2116
ชื่อ สารเคมี Cumene hydroperoxide (คิวมีน ไฮโดรเปอร์ออกไซด์)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms 1-Methyl-1-phenylethylhydroperoxide; Cumyl Hydroperoxide; Hyperiz; Trigorox K 80; Alpha,alpha-Dimethylbenzylhydroperoxide; Cumenyl hydroperoxide; Alpha-cumyl hydroperoxide; Alpha-cumene hydroperoxide; Isopropylbenzene hydroperoxide; Percumyl h; Trigonox k 80
สูตรโมเลกุล C9-H12-O2
CAS number 80-15-9
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ของเหลว ไม่มีสีถึงสีเหลืองอ่อน กลิ่นเฉพาะตัว ติดไฟได้
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ยังไม่มีการกำหนดค่ามาตรฐานในการสัมผัส แต่มีคำแนะนำว่า ไม่ควรสัมผัสเกิน 2 mg/m3 (0.3 ppm) ตามคุณสมบัติการก่ออาการระคายเคือง
● OSHA ยังไม่มีการกำหนดค่ามาตรฐาน
● NIOSH ยังไม่มีการกำหนดค่ามาตรฐาน
● IDLH ยังไม่มีการกำหนดค่ามาตรฐาน
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ยังไม่มีการกำหนดค่ามาตรฐาน
● มาตรฐานอื่นๆ ไม่มี
● BEI ยังไม่มีการกำหนดค่ามาตรฐาน
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส ใช้ในกระบวนการผลิตของอะซีโตนและฟีนอล ใช้เป็นสารบ่มสำหรับโพลีเอสเทอร์เรซินและโพลีเมอร์ชนิดอื่นๆ
กลไกการก่อโรค
อาการเฉียบพลัน สัมผัสทางการหายใจ : สารนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนทำให้มีอาการ เจ็บคอ ไอ หายใจติดขัด สัมผัสทางผิวหนัง : สารนี้มีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้ ผิวหนังแดง เจ็บปวด ผิวหนังไหม้ กินหรือกลืนเข้าไป : สารนี้มีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้มีอาการ ปวดท้อง ท้องร่วง อาเจียน สัมผัสถูกตา : สารนี้มีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้ ตาแดง เจ็บปวด สายตาพร่ามัว อาการอื่นๆ : ในรายที่สัมผัสในความเข้มข้นสูง มีรายงานการเกิษพิษต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบหรือหยุดเต้น และอาจทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น สมองบวมน้ำ หลอดเลือดสมองตีบ หรือชักได้ จาก gas embolization
อาการเรื้อรัง ไม่พบข้อมูลการเกิดพิษเรื้อรัง
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) IARC group 3
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย วินิจฉัยจากประวัติการสัมผัสและอาการ
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) ไม่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยเฉพาะ แต่ให้พิจารณาส่งตรวจตามอาการ เช่นถ้ามีอาการหายใจขัด ก็ควรส่งตรวจภาพรังสีทรวงอก (chest X-ray) ตรวจแก๊สในหลอดเลือดแดง (arterial blood gas)เป็นต้น ในรายที่หมดสติหรือชัก อาจพิจารณาตรวจ CT scan,EKG ตามความเหมาะสม
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มี antidote / ให้รักษาตามอาการ
● การรักษาตามอาการ -ถ้าหายใจเข้าไปให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกสู่บริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์ นั่งในท่าสบายและส่งพบแพทย์เพื่อสังเกตอาการหายใจและให้การรักษาระบบการหายใจที่เหมาะสม เช่นให้ดมออกซิเจน หรือพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจในกรณีที่จำเป็น อาการปอดบวมน้ำ(pulmonary edema)มักจะไม่ปรากฏจนเวลาผ่านไป 2-3 ชั่วโมง อาการจะรุนแรงขึ้นถ้ามีการออกแรงอย่างหนัก -ถ้ากลืนหรือกินเข้าไป ให้ผู้ป่วยบ้วนล้างปากด้วยน้ำ -ถ้าสัมผัสถูกผิวหนัง ให้ฉีดล้างผิวหนังทันทีด้วยน้ำปริมาณมากอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าและรองเท้าที่ปนเปื้อนสารเคมีออก -ถ้าสัมผัสถูกตา ให้ฉีดล้างตาทันทีด้วยน้ำปริมาณมากอย่างน้อย 15 นาที
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ การป้องกัน ให้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ได้แก่ หน้ากากป้องกันการหายใจ ถุงมือ หน้ากากกระบังหน้า แว่นตากันสารเคมี สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม/ผ้ากันเปื้อน มีการใช้ระบบระบายอากาศเฉพาะที่ และควรจัดให้มีที่ล้างตาใกล้บริเวณทำงาน ห้ามรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มขณะทำงาน และงดสูบบุหรี่ขณะทำงาน มาตรการทางความปลอดภัย อาจเกิดการระเบิดได้เมื่อได้รับความร้อนสูงกว่า 150°C สารนี้เป็นสารออกซิไดซ์อย่างแรงและทำปฏิกิริยาอย่างรุนแรงกับวัตถุที่ติดไฟได้และสารรีดิวซ์ (combustible and reducing materials) ทำให้เกิดอันตรายจาก ไฟไหม้และการระเบิด หากสัมผัสกับโคบอลท์ โลหะผสมของทองแดงหรือตะกั่ว และกรดอนินทรีย์อาจนำไปสู่การสลายตัวอย่างรุนแรง (decomposition)ได้ จึงควรเก็บในภาชนะบรรจุที่ปิดมิดชิด ในบริเวณที่เย็น มีการระบายอากาศเพียงพอ เก็บแยกจากสารอินทรีย์อื่น และสารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์ เก็บห่างจากเปลวไฟ ห้ามสูบบุหรี่บริเวณเก็บสารเคมี ห้ามนำสารที่ใช้แล้วเทกลับคืนไปในภาชนะบรรจุ วิธีการปฏิบัติในกรณีเกิดการหกรั่วไหล ให้เคลื่อนย้ายออกจากบริเวณที่มีการหกรั่วไหล ให้หยุดการรั่วไหล ถ้าสามารถทำได้โดยปราศจากความเสี่ยงอันตราย เรียกผู้เชี่ยวชาญในการจัดเก็บสารหกรั่วไหล ดูดซับสารที่หกรั่วไหลด้วยทรายหรือวัสดุดูดซับที่เฉื่อย และย้ายไปในที่ปลอดภัย จัดเก็บไว้ในถังบรรจุที่ปิดมิดชิด การพิจารณาการกำจัด ให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่ทางราชการกำหนด การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ซักประวัติหรือจัดทำแบบสอบถามอาการระคายเคือง(ทางเดินหายใจ ผิวหนัง ทางเดินอาหาร และตา)ในพนักงานที่ทำงานสัมผัสสารนี้
เอกสารอ้างอิง 1. โครงการระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยด้านสารเคมี (IPCS) ร่วมกับ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) องค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) องค์การอนามัยโลก (WHO) และคณะกรรมาธิการประชาคมแห่งสหภาพยุโรป(Commission of the European Communities) http://ipcs.fda.moph.go.th/csnetnew/icscPDF/0761.pdf 2. ศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์ กรมควบคุมมลพิษ http://msds.pcd.go.th/pdf/367.pdf 3. CUMENE HYDROPEROXIDE, A Comprehensive Guide to the Hazardous Properties of Chemical Substances.pdf 4. CUMENE HYDROPEROXIDE - National Library of Medicine HSDB Database (www.toxnet.nlm.nih.gov)