ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 2199
ชื่อ สารเคมี Phosphine (ฟอสฟีน)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Phosphorus trihydride, Phosphorus hydride, Phosporated hydrogen, Hydrogen phosphide
สูตรโมเลกุล PH3
CAS number 7803-51-2
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) แก๊ส ไม่มีสี กลิ่นฉุนคล้ายกระเทียมหรือปลาเน่า
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV – TWA 0.3 ppm, STEL 1 ppm
● OSHA OSHA PEL – TWA 0.3 ppm (0.4 mg/m3)
● NIOSH NIOSH REL – TWA 0.3 ppm (0.4 mg/m3), STEL 1 ppm (1 mg m3)
● IDLH IDLH 50 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) TWA = 0.3 ppm (0.4 mg/m3)
● มาตรฐานอื่นๆ ค่ามาตรฐานในสิ่งแวดล้อม NAAQS – N/A กฎหมายสิ่งแวดล้อมไทย – N/A
● BEI ACGIH BEI – N/A
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส อุตสาหกรรมที่ใช้ - ที่พบบ่อยที่สุดคือใช้ในรูป aluminium phosphide หรือ zinc phosphide สำหรับเป็นสารรมควัน (fumigant) เพื่อใช้ฆ่าหนู (rodenticide) ในยุ้งฉางซึ่งบรรจุเมล็ดข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ใบยาสูบ หรือพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ - ในกระบวนการหลอมโลหะผสม (ferrosilicon) สามารถเกิดแก๊ส phosphine ขึ้นได้ - ในกระบวนการผลิตสารกึ่งตัวนำ (semi-conductors) มีการใช้ phosphine ในกระบวนการผลิต ทั้งสารกึ่งตัวนำชนิดที่ทำจาก silicon (Si) และ gallium arsenide (GaAs)
กลไกการก่อโรค ยังไม่ทราบแน่ชัด อวัยวะที่ได้รับผลกระทบมักเป็นอวัยวะที่ใช้ออกซิเจนมาก เช่น ปอด สมอง หัวใจ ตับ ไต เชื่อว่าการเกิดพิษน่าจะเกิดจากการยับยั้ง electron transportation ใน mitochondria
อาการเฉียบพลัน - อาการที่พบ มีพิษต่อระบบหายใจอย่างรุนแรงเมื่อสูดดม ทำให้ไอ รู้สึกแสบร้อนคอ ปวดจุกบริเวณหน้าอก หายใจลำบาก หายใจเร็ว ปอดบวมน้ำ มีน้ำในเยื่อหุ้มปอด จนถึงหายใจล้มเหลวได้ อาจเกิดภาวะ Adult respiratory distress syndrome (ARDS) ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาการระบบประสาทคือ วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ มึนศีรษะ เดินเซ มือสั่น ถ้าได้รับสัมผัสมากๆ อาจทำให้ ชัก หมดสติ อาการของหัวใจคือ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งมีทั้งแบบ ST-T wave changes, global hypokinesia หรือ atrial and ventricular arrhythmias แบบอื่นๆ ระดับเอนไซม์หัวใจสูงขึ้น มีน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ หัวใจล้มเหลว กรณีกินก้อน aluminium phosphide เข้าไปจะทำให้เกิดอาการระบบทางเดินอาหารคือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย การได้รับปริมาณสูงทำให้ การหายใจล้มเหลว หัวใจล้มเหลว ชัก ตับวาย ไตวายเฉียบพลัน ตับอ่อนอักเสบ ต่อมหมวกไตวาย ความดันโลหิตต่ำ และเสียชีวิตได้ - อันตรายจากไฟไหม้และการระเบิด นอกจากตัวสารเองจะมีพิษรุนแรงต่อทางเดินหายใจแล้ว แก๊สชนิดนี้ยังติดไฟได้ง่ายมาก หนักกว่าอากาศ และเมื่อถูกอากาศจะระเบิดได้ด้วย (NFPA Code = H3 F4 R2) ผู้ประสบภัยบางส่วนอาจได้รับอันตรายจากไฟไหม้หรือแรงระเบิด ถ้าอยู่ใกล้กับจุดกำเนิดการรั่วไหล
อาการเรื้อรัง จมูกอักเสบ คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ตับเสื่อม
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) IARC N/A ACGIH N/A
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย ไม่มี (ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อโรคจากการทำงานของประเทศไทย ฉบับ พ.ศ. 2550)
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) - ไม่มีการตรวจใดที่เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (biomarker) ของการสัมผัสสารนี้ การวินิจฉัยให้ขึ้นกับประวัติ และการตรวจร่างกายผู้ป่วยเป็นหลักเท่านั้น - รายที่มีอาการทางเดินหายใจควรตรวจภาพรังสีทรวงอก (chest X-ray) ติดตามระดับออกซิเจน (pulse oxymetry) และระดับแก๊สในเลือด (blood gas) ตามความเหมาะสม - ควรตรวจการทำงานของตับ (transaminase level) การทำงานของไต (BUN, creatinine level) และระดับเกลือแร่ในเลือด (serum electrolyte) ด้วย พิจารณาตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ตามอาการ
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มียาต้านพิษ
● การรักษาตามอาการ การรับไว้ในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตการหายใจอย่างน้อย 24 – 48 ชั่วโมงจะต้องทำทุกรายที่สงสัยสัมผัสสารนี้ เนื่องจากเคยมีรายงานว่าอาการปอดบวมน้ำอาจเกิดขึ้นช้าภายหลังการสัมผัสไปแล้วช่วงเวลาหนึ่งได้ (delayed onset of pulmonary edema) ในรายที่มีปัญหาการหายใจ ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด การใส่ท่อช่วยหายใจ การใช้ positive end-expiratory pressure (PEEP) จะช่วยการหายใจในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ให้ออกซิเจนเสริมทุกราย พิจารณาให้สารน้ำอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในรายที่มีภาวะปอดบวมน้ำ การทำ pulmonary artery canulation เพื่อวัด wedge pressure อาจช่วยให้ปรับปริมาณการให้สารน้ำได้อย่างเหมาะสมขึ้น ในรายที่มีอาการชักให้การรักษาด้วย benzodiazepine ในรายที่หัวใจเต้นผิดจังหวะให้การรักษาด้วย magnesium sulfate ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ในรายที่กินเม็ด aluminium phosphide เข้าไป ไม่ควรให้ยากระตุ้นอาเจียน แต่พิจารณาให้ activated charcoal (1 g/kg) หากมาถึงเร็ว โดยเฉพาะภายใน 1 ชั่วโมงหลังกินและกินเข้าไปปริมาณมาก รายที่ความดันโลหิตต่ำพิจารณาให้ vasopressors ถ้าไม่ตอบสนองและสงสัยภาวะต่อมหมวกไตวาย อาจพิจารณาให้ hydrocortisone การรักษาเน้นตามอาการเป็นหลัก ไม่มียาต้านพิษ การล้างไตและการฟอกเลือดไม่มีหลักฐานยืนยันว่าช่วยขับพิษได้
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน ลดการสัมผัสตามหลักอาชีวอนามัย - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ ลดการสัมผัส - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ สอบถามอาการวิงเวียน ระคายเคือง - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด หยุดการรั่วไหลของสารเคมี เนื่องจากสารชนิดนี้มีพิษรุนแรงต่อทางเดินหายใจ ผู้ที่เข้าไปทำการกู้ภัยควรใส่ชุดป้องกันที่เหมาะสม ที่ดีที่สุดคือชุดป้องกันชนิดที่มีถังบรรจุอากาศในตัว (self-contained breathing apparatus, SCBA) และเนื่องจากสารนี้ติดไฟง่ายมาก ชุดกู้ภัยควรเป็นชุดกันไฟด้วย โดยทั่วไปความเสี่ยงในการได้รับแก๊สมือสองจากลมหายใจออกของผู้ป่วยมีค่อนข้างน้อย แต่เนื่องจากแก๊สมีพิษต่อทางเดินหายใจอย่างรุนแรง เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรสาธารณสุขที่เข้าไปกู้ภัย การช่วยฟื้นคืนชีวิตให้หลีกเลี่ยงการเป่าปากโดยตรง (mouth-to-mouth) อย่างเด็ดขาด ถ้าจะช่วยหายใจให้ใช้หน้ากากช่วยหายใจ (face mask with ambulatory bag) เท่านั้น กรณีพบก้อน aluminium phosphide ติดมากับเสื้อผ้าผู้ป่วยให้รีบเอาออก กรณีผู้ป่วยกินก้อน aluminium phosphide เข้าไป ถ้าผู้ป่วยอาเจียนออกมาให้รีบเก็บทันที เนื่องจากก้อน aluminium phosphide เหล่านี้ยังสามารถปล่อยแก๊ส phosphine ออกมาได้ อาจเป็นอันตรายต่อบุคลากรสาธารณสุขที่ดูแลหรือผู้ป่วยที่อยู่ข้างเคียง
เอกสารอ้างอิง - Nordberg G, Langerd S, Sunderman FW, Stellman JM, Osinsky D, Markkanen P, et al. Metals: Chemical Properties and Toxicity. In: Stellman JM, ed. ILO Encyclopaedia of Occupational Health and Safety. 4th ed. Geneva: International Labour Office 1998. - Baldwin DG, Gerami A, Rubin JR. Microelectronics and semiconductors: III-V Semiconductor manufacturing. In: Stellman JM, ed. ILO Encyclopaedia of Occupational Health and Safety. 4th ed. Geneva: International Labour Office 1998. - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004. - Farrow C, Wheeler H, Bates N, Murray V. The chemical incident management handbook. London: The Stationery Office 2000. - International Programme on Chemical Safety. International Chemical Safety Cards (ICSCs). Geneva: International Labour Office 1998. - Schenker MB, Offerman SR, Albertson TE. Pesticides. In: Rom WN, Markovitz SB, eds. Environmental and occupational medicine. 4th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins 2007:1171 - 2.