ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 2570
ชื่อ สารเคมี Cadmium (แคดเมียม)
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms Colloidal cadmium
สูตรโมเลกุล Cd
CAS number 7440-43-9
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) เป็นแร่โลหะสีเงินขาว อ่อนตัว เป็นมันเงา หรือเป็นผงเม็ดละเอียดสีเทา
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV – TWA 0.01 mg/m3
● OSHA OSHA PEL – TWA 0.005 mg/m3
● NIOSH NIOSH REL – Ca
● IDLH IDLH – 9 mg/m3
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ความเข้มข้นเฉลี่ยต่อระยะเวลาทำงานปกติ ฟูมแคดเมียม 0.1 mg/m3 ฝุ่นแคดเมียม 0.2 mg/m3 ปริมาณความเข้มข้นที่อาจยอมให้มีได้ ฟูมแคดเมียม 0.3 mg/m3 ฝุ่นแคดเมียม 0.6 mg/m3
● มาตรฐานอื่นๆ กฎหมายแรงงานไทย Cadmium fume TWA - 0.1 mg/m3, Ceiling 0.3 mg/m3, Cadmium dust TWA – 0.2 mg/m3, Ceiling 0.6 mg/m3
● BEI ACGIH (2007) BEI – Cadmium in urine = 5 ug/g creatinine ตรวจเวลาไหนก็ได้ (not critical for sampling time), Cadmium in blood = 5 ug/L ตรวจเวลาไหนก็ได้ (not critical for sampling time)
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส อุตสาหกรรมที่ใช้ - การเชื่อมและประสานโลหะ - การชุบโลหะ - การคงรูปพลาสติก - การทำเม็ดสี - การทำแบตเตอรี่
กลไกการก่อโรค การหายใจเข้าไปก่อให้เกิดพิษอย่างน้อย 60 เท่าของการกิน ไอระเหยและฝุ่นอาจจะก่อให้เกิดภาวะปอดอักเสบ (Delayed chemical pneumonitis) และเป็นผลให้ปอดบวมน้ำและเลือดออกในปอด การกินเข้าไปทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร เมื่อมีการดูดซึมแคดเมียมจะรวมตัวกับ metallothionein และกรองผ่านไตที่ซึ่งจะเกิดการทำลายท่อไต
อาการเฉียบพลัน - การสัมผัสโดยตรง ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังและตา ยังไม่มีข้อมูลเรื่องการดูดซึมแคดเมียมทางผิวหนังในมนุษย์ - อาการจากการหายใจอย่างเฉียบพลัน ทำให้ไอ หายใจมีเสียงวี๊ด (wheezing) ปวดศีรษะ มีไข้ และหากรุนแรง ทำให้ปอดอักเสบแบบ chemical pneumonitis และปอดบวมน้ำแบบ non-cardiogenic ภายใน 12 – 24 ชั่วโมงหลังจากสัมผัสโดยการหายใจ - อาการที่เกิดจากการกินแบบเฉียบพลัน เกลือแคดเมียมทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ อาเจียน ปวดท้องและถ่ายเหลว บางครั้งมีเลือดปนในไม่กี่นาทีหลังจากทานเข้าไป การตายหลังจากทานเข้าไปเกิดจากภาวะช็อกเนื่องจากขาดน้ำหรือเกิดจากไตวายเฉียบพลัน
อาการเรื้อรัง - อาการจากการหายใจระยะยาวในปริมาณสูงสัมพันธ์กับการก่อโรคมะเร็งปอด - อาการจากการกินระยะยาว เป็นผลให้เกิดการสะสมของแคดเมียมในกระดูก ทำให้เกิดโรคอิไตอิไต (Itai-itai) ซึ่งทำให้กระดูกเปราะหักจนเจ็บปวดอย่างมาก และทำให้เกิดโรคไตเสื่อม
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) IARC Group 1 ACGIH A2 Carcinogenicity
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย 1. มีอาการและอาการแสดงของโรคชัดเจน - อาการเฉียบพลัน อาการปอดอักเสบ ไตวาย พบโปรตีนในปัสสาวะ - อาการในระยะเรื้องรัง osteomalacia หลอดลมโป่งพอง ซีด ไม่ได้กลิ่น มะเร็งปอด 2. มีประวัติการสัมผัส โดยทำงานที่มีการสัมผัสแคดเมียมความเข้มข้นสูงเป็นเวลานาน 3. มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการแสดงอาการของโรค หรือแสดงว่ามีการสัมผัส เช่น ตรวจแคดเมียมในปัสสาวะพบ beta – 2 – microglobulin ซึ่งในปัสสาวะของคนงานที่ได้รับแคดเมียมเป็นเวลานานเกิน 750 ไมโครกรัม/กรัมครีอะตีนีน บ่งว่าไตมีการทำงานผิดปกติ จากพิษของแคดเมียมหรือในเลือดระดับแคดเมียมระดับตั้งแต่ 10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร เป็นระดับที่อันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะถ้าได้รับหรือสัมผัสกับแคดเมียมเป็นระยะเวลานาน จึงควรมีมาตรการควบคุมป้องกัน คนงานที่สัมผัสกับแคดเมียมเป็นระยะเวลานานมีระดับของแคดเมียมในเลือดสูงกว่า 5 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร 4. มีข้อมูลสิ่งแวดล้อมสนับสนุนว่ามีความเข้มข้นแคดเมียมเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด 5. มีข้อมูลทางระบาดวิทยา ของเพื่อนร่วมงานสนับสนุน 6. มีการวินิจฉัยแยกโรคอื่นแล้ว
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) - ขึ้นกับประวัติการสัมผัสและอาการของผู้ป่วยในขณะนั้น ทั้งอาการทางการหายใจ และอาการทางทางเดินอาหาร - การตรวจจำเพาะ ระดับแคดเมียมในเลือด (whole blood cadmium) ยืนยันการสัมผัสสารค่าปกติไม่เกิน 1 ug/L แคดเมียมปริมาณน้อยมากจะถูกขับมาในปัสสาวะจนกว่าแคดเมียมที่ถูกจับ (โดย metallothionein) ในไตจะเกินและเกิดการทำลายไตเกิดขึ้น แคดเมียมในปัสสาวะค่าปกติไม่เกิน 1 ug/g Creatinine การตรวจวัดไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ (beta-microglobulin, retinol-binding protein, albumin, metallothionein) ใช้ในการติดตามผลจากความเป็นพิษของแคดเมียมที่ไต - การตรวจอื่นๆ เช่น การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC), เกลือแร่ในเลือด (serum electrolyte), glucose, BUN, creatinine, ค่าออกซิเจนในเลือดแดง (arterial blood gas) หรือ oximetry และการตรวจภาพรังสีปอด (CXR) สั่งตรวจตามอาการ
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ - ไม่มี
● การรักษาตามอาการ - ปฐมพยาบาล นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุ ดูแลเรื่องการทำงานของระบบที่สำคัญ เช่น ระบบหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต ถ้าผู้ป่วยหมดสติควรทำให้ทางเดินหายใจเปิดโล่งและให้ออกซิเจน 100 % - การสัมผัสโดยการหายใจ ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจให้เริ่มทำการช่วยหายใจทันที ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้หน้ากาก (pocket mask) ที่มีวาวล์ทางเดียว (one way valve) ในการช่วยหายใจ เพราะทางเดินหายใจและใบหน้าของผู้ช่วยเหลืออาจเกิดการปนเปื้อนได้ - การสัมผัสทางผิวหนัง ถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนออก ถ้าเป็นไปได้ให้ทำขณะที่มีน้ำล้างอยู่ด้วยแล้วนำเสื้อผ้าเก็บไว้ในถุงใสปิดสนิทสองชั้นและเขียนป้ายกำกับไว้ เก็บไว้ในที่ปลอดภัยที่ห่างจากผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ ล้างผิวหนังด้วยน้ำปริมาณมากโดยให้น้ำไหลผ่าน - การสัมผัสทางตา ล้างตาด้วยน้ำเกลือ (normal saline solution) อย่างน้อยเป็นเวลา 15 นาที - การสัมผัสทางการกิน ให้ผู้ป่วยรับประทานน้ำ (ปริมาณไม่เกิน 50 - 100 มิลลิลิตร)
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ การป้องกัน ใช้การจัดการทางวิศวกรรม เช่น การใช้ระบบปิด การใช้ที่ดูดอากาศ เพื่อลดความเข้มข้นที่จะได้รับสัมผัส ใช้การฝึกการทำงานที่ถูกต้องกับสารเคมีชนิดนี้ ใช้เครื่องป้องกันส่วนบุคคล - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ ให้ความรู้และความเข้าใจกับผู้ที่ทำงานสัมผัสสารนี้ ห้ามรับประทานอาหารหรือสูบบุหรี่ในบริเวณที่ทำงาน ที่มีการถือหรือฟูมของสารนี้ - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ สื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนเข้าใจ การตรวจดูระดับโปรตีนในปัสสาวะ (beta - 2 - microglobulin) เป็นการตรวจที่ไวที่สุดของการเฝ้าระวังพิษจากแคดเมียม - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุ หยุดการสัมผัสสาร โดยนำผู้ป่วยมาไว้ในจุดที่ไม่มีการปนเปื้อน ผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยควรได้รับการฝึกเป็นอย่างดีและไม่ทำให้ตนเองอยู่ในความเสี่ยง ใส่เครื่องป้องกันอย่างเหมาะสม หากเป็นไปได้ให้ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจด้วย SCBA – self contained breathing apparatus
เอกสารอ้างอิง - "NIOSH Pocket Guide to Chemical Hazards.US.DHHS ,1990 ,หน้า 44 " - " ACGIH. 2000 TLVs and BEIs Threshold Limit Values for Chemical Substances and Physical Agents ,and Biological Exposure Indices. Ohio.,2000 ,หน้า 19 " - ศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์ http://msds.pcd.go.th/searchName.asp?vID=443