ค้นหาข้อมูล | Search data

ค้นหาทั่วไป
ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา : เลือกหัวข้อที่ต้องการค้นหา :

ค้นหาจาก หมวดหมู่
UN NUMBER : 3077
ชื่อ สารเคมี 1,4 Dichlorobenzene
ชื่ออื่นๆ,การค้า,Synonyms p-dichlorobenzene (p-DCB), p-chlorophenyl chloride (PDB), p-dichlorobenzol
สูตรโมเลกุล C6-H4-Cl2
CAS number 106-46-7
ลักษณะทางกายภาพ (ติดไฟ,กลิ่น,สี ฯ) ของแข็งคล้ายคริสตัล ไม่มีสีหรือมีสีขาว มีกลิ่นเฉพาะตัวกลิ่นเดียวกับยากำจัดมอด ระเหิดกลายเป็นไอได้ง่าย เริ่มได้กลิ่นในอากาศและในน้ำ เมื่อมีความเข้มข้น 0.18 ppm (1.1 mg/m3) และ 0.011 mg/l ตามลำดับ การได้กลิ่นและมีอาการระคายเคือง(ระดับใกล้กับ TLV) ใช้เป็นคุณสมบัติในการเตือนได้ ละลายน้ำได้น้อย แต่ละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ อีเธอร์ อะซิโตน และเบนซีน เผาไหม้ได้
ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน
● ACGIH ACGIH TLV (8-hr TWA) 10 ppm STEL – Notation A3
● OSHA OSHA PEL (8 hr-TWA) for general industry, construction industry and shipyard industry = 75 ppm (450 mg/m3)
● NIOSH NIOSH REL (10 hr-TWA) = carcinogen
● IDLH IDLH 150 ppm
● ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม (สารเคมี) ไม่ได้กำหนดไว้
● มาตรฐานอื่นๆ - ประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดค่าเฝ้าระวังสำหรับสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศโดยทั่วไปใน 24 ชั่วโมง กำหนดให้ 1,4 ไดคลอโรเบนซีน (1,4 dichlorobenzene) ต้องไม่เกิน 1,100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร(พ.ศ. 2552) - WHO กำหนดค่ามาตรฐานในน้ำดื่มที่มีผลกระทบต่อสุขภาพไม่เกิน 300 µg/l และขอบเขตการรับรู้คุณภาพกลิ่นไม่เกิน 1 µg/l (WHO 2004) - EPA มาตรฐานในน้ำดื่มต้องไม่เกิน 0.075 mg/l (EPA2004)
● BEI ยังไม่มีองค์กรที่น่าเชื่อถือองค์กรใดกำหนดไว้
การใช้ประโยชน์,ความเสี่ยงในการสัมผัส ยาดับกลิ่นในถังขยะและในห้องน้ำ (ความเข้มข้นของ 1,4 dichlorobenzene ในบ้านและห้องน้ำสาธารณะอยู่ที่ 0.291 – 272 ppb ของอากาศ) เป็นสารรมควันเพื่อกำจัดมอด เชื้อรา ใช้ในการผลิต polyphenylene sulfide (PPS) resin สารกึ่งกลางในการผลิต 1,2,4 trichlorobenzene นอกจากนี้ยังใช้ควบคุมแมลงที่รบกวนพืช มด และราสีฟ้า ในเมล็ดใบยาสูบ หนังสัตว์ และผ้าขนสัตว์
กลไกการก่อโรค ดูดซึมได้ทางปาก และการหายใจ เมื่อถูกความร้อนจะสลายเป็น Hydrogen chloride
อาการเฉียบพลัน หากสัมผัสเกิดอาการระคายเคือง ไอระเหยระคายเคืองต่อตาและระบบทางเดินหายใจ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีผลต่อเม็ดเลือด ทำให้เกิดภาวะซีดจากเม็ดเลือดแดงสลายตัว (hemolytic anemia) อาจมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง
อาการเรื้อรัง ส่งผลต่อตับ ไต เม็ดเลือด อาจเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์
คุณสมบัติก่อมะเร็ง (IARC) ACGIH carcinogenicity classification = A3 (confirmed animal carcinogen with unknown relevance to humans) IARC group 2B (possibly carcinogen to humans, liver & kidney cancer in mice)
การวินิจฉัย
● เกณฑ์การวินิจฉัย จากประวัติการสัมผัส ร่วมกับมีหลักฐานการระคายเคืองต่อตาและระบบทางเดินหายใจ
● การตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ตรวจในเลือด,ปัสสาวะ ฯ) - ตรวจ p-dichlorobenzene ในปัสสาวะ เป็นส่วนที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง และสามารถตรวจพบได้ในเลือด และเนื้อเยื่อชั้นไขมัน (adipose tissue) - ตรวจ 2,5 dichlorophenol ในปัสสาวะ ตรวจภายใน 1- 2 วันหลังสัมผัส (การตรวจนี้ไม่จำเพาะ เนื่องจากสารนี้พบเป็น metabolite ของ lindane ในสัตว์ทดลองด้วย) ค่ามาตรฐานของ 2,5 dichlorophenol ในปัสสาวะ (แนะนำโดย Deutsche Forschung Gemeinschaft 2000) คือ 150 mg/g creatinine (หลังเลิกกะ) และ 30 mg/g creatinine (ก่อนเข้ากะต่อไป)
การรักษา
● การรักษาเฉพาะ ไม่มียาต้านพิษ (antidote) สำหรับสารนี้
● การรักษาตามอาการ รักษาตามอาการให้ยารักษาอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ ยาหยอดตาเพื่อลดอาการระคายเคืองตา
การป้องกัน,มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ,การเฝ้าระวังทางการแพทย์ - การป้องกัน ไม่ก่อประกายไฟ หากอุณหภูมิสูงเกิน 66 องศาเซลเซียสต้องใช้ระบบปิด มีระบบระบายอากาศ และอุปกรณ์ป้องกันการระเบิดจากไฟฟ้า - มาตรการทางความปลอดภัยและสุขภาพ จัดระบบระบายอากาศให้ดี หรือมีเครื่องดูดอากาศเสียเฉพาะจุด คนงานควรใช้อุปกรณ์ป้องกันการหายใจ สวมถุงมือ สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตา (goggles) ไม่กินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ขณะทำงาน - การเฝ้าระวังทางการแพทย์ ตรวจสุขภาพโดยเน้นดูแลระบบผิวหนัง ดวงตา ระบบทางเดินหายใจ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) - การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ช่วยเหลือควรใส่อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจที่มีตัวกรองอากาศก๊าซและไอระเหยอินทรีย์ และสวมใส่เสื้อผ้าที่ป้องกันการสัมผัสสาร หากสัมผัสทางการหายใจ รีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากแหล่งกำเนิด หากสัมผัสทางผิวหนังและดวงตา นำชิ้นส่วนที่ปนเปื้อนออกจากร่างกายทั้งหมด และล้างด้วยน้ำสบู่จำนวนมาก รวมทั้งล้างตาด้วย saline อุ่นหรือน้ำสะอาดให้นานหลายนาที ถอดคอนแทคเลนส์ออกถ้าสามารถทำได้ง่าย หากสัมผัสทางการกิน ควรให้ดื่มน้ำมากๆ
เอกสารอ้างอิง - Agency for Toxicological Substance and Disease Registry. Toxicological profile for dichlorobenzene. 2006 [cited 2010 11 January]; Available from: http://www.atsdr.cdc.gov/toxprofiles/tp10.html. - Farrow C, Wheeler H, Bates N, Murray V. The chemical incident management handbook. London: The Stationery Office 2000. - Ladou J. Current occupational & environmental medicine 4th ed. New York: McGraw-Hill 2007. - Lauwerys RR, Hoet P. Industrial chemical exposure: Guidelines for biological monitoring 3rd ed. Florida: CRC Press 2001. - Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 6th ed. New York: McGraw-Hill 2012. - International Programme on Chemical Safety. International Chemical Safety Cards (ICSCs). Geneva: International Labour Office 1998.